ส.ส.เพื่อไทยเชียงใหม่ เรียกร้องภาครัฐเร่งฉีดวัคซีนเข็มสองสร้างภูมิคุ้มกันหมู่โดยเร็ว หลังโควิดระบาดผู้ติดเชื้อพุ่ง

0
299

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ นายนพคุณ รัฐผไท ส.ส.เชียงใหม่ นายวิทยา ทรงคำ ส.ส.เชียงใหม่ นายประสิทธิ์ วุฒินันชัย ส.ส.เชียงใหม่ นายศรีเรศ โกฎคำลือ ส.ส.เชียงใหม่ นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ส.ส.เชียงใหม่ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนางสาวทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ ส.ส.เชียงใหม่ ร่วมกันแถลงข่าวถึงสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยพบว่าล่าสุดในวันที่ 9 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ผู้ติดเชื้อรายใหม่อยู่ที่ 379 ราย เสียชีวิต 2 ราย ผู้ติดเชื้อสะสมในเดือนตุลาคม 2564 อยู่ที่ 8,135 คน มากกว่าเดือนกันยายนถึง 9 เท่า หากยังมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นคาดการณ์ว่าอาจจะมีผู้เชื้อสูงถึง 12,000 คนในเดือนพฤศจิกายนนี้ สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ที่เพิ่มมากขึ้นในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ จึงได้ประกาศสั่งปิด 7 สถานที่เสี่ยงใน 5 อำเภอเป็นการชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายนที่ผ่านมา พร้อมทั้งมีมาตรการให้ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงทุกรายเข้ารับการตรวจคัดกรองหาเชื้อโควิด-19 หากผลเป็นลบให้กักตัวต่อเป็นเวลา 14 วัน เพื่อสังเกตอาการ และยังมีการประกาศให้โรงเรียนและสถาบันการศึกษาในพื้นที่ระบาดชะลอเปิดการสอนแบบ On-site ในช่วงวันที่ 1-14 พฤศจิกายน 2564

ทั้งนี้ แม้ประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่ได้รับวัคซีนเข็มแรกอยู่ที่ 71.55% เข็มสองอยู่ที่ 39.76% แต่ยังขาดอีก 718,544 คน จึงจะครบจำนวนผู้ได้รับวัคซีนขั้นต่ำเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ที่ 70% ของจำนวนประชากร ดังนั้น ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย จึงขอเสนอแนวทางในการป้องกันและสร้างความมั่นใจในการเปิดประเทศดังนี้

1.ยืดระยะเวลาและเพิ่มสถานที่อำนวยการฉีดวัคซีนแบบ Walk-inในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยเฉพาะบริเวณที่มีความหนาแน่นของประชากรและพื้นที่สีฟ้า ซึ่งประกอบไปด้วยอำเภอเมือง แม่ริม แม่แตง ดอยเต่า

2.ปูพรมตรวจเชิงรุกในพื้นที่เสี่ยงและบริเวณที่อยู่ใกล้เคียงกับการระบาด เพื่อคัดกรองผู้ติดเชื้อแล้วรักษาตามกระบวนการแพทย์ต่อไป

3.มีมาตรการแจก ATK แบบ Walk- in ไม่ต้องจองผ่านแอปพลิเคชันโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่ออำนวยความสะดวก สร้างความมั่นใจ และสร้างความปลอดภัยในระบบสาธารณสุขให้กับประชาชน

“ประชาชนคนไทยคาดหวังกับการเปิดประเทศครั้งนี้อย่างมาก เพราะทุกคนต้องกลับมาทำมาหากินเลี้ยงชีพหลังจากล็อกดาวน์หลายครั้ง ดังนั้นรัฐบาลควรให้ความสำคัญมากขึ้นกับสถานการณ์ของเชียงใหม่ จังหวัดที่สร้างรายได้เข้าประเทศเป็นอันดับที่ 2 ของประเทศ” นายจุลพันธ์กล่าว