“ภัชริ”ไทยสร้างไทย จี้รัฐบาลดูแลปัญหาราคาน้ำมันปาล์มแพงกว่าเหตุ ชี้ นายกรัฐมนตรีต้องตรวจสอบกระทรวงพาณิชย์เอื้อผลประโยชน์กลุ่มนายทุนหรือไม่

0
273

นายภัชริ นิจสิริภัช คณะกรรมการนโยบายพรรคไทยสร้างไทย กล่าวว่าราคาน้ำมันปาล์มสำเร็จรูปสำหรับการบริโภคราคาสูงถึงลิตรละ 10 บาท เป็นปัญหาเก่าซ้ำซากที่ต้องได้รับการแก้ไข เพราะราคาทะลายปาล์มของไทยถูกกว่าประเทศเพื่อนบ้าน

ซึ่งหากพิจารณาจากโครงสร้างราคาน้ำมันปาล์มสำเร็จรูป หรือ เรียกว่า CPO มาจากการทลายปาล์มที่มีผลผลิตทั้งคือ 17 ล้านตัน หรือเดือนละ 1.5 ล้านตัน จากสวนปาล์มทั้งประเทศราว 6 ล้านไร่

ผลผลิตปาล์มจะออกมาเป็นฤดูกาลซึ่งช่วงปลายปีผลผลิตจะน้อยลงมากทำให้ราคาทะลายปาล์มสูงโดยปัจจุบันราคาอยู่ประมาณกี่โลละ 9 บาท ซึ่งช่วงผลผลิตออกมาน้อยทำให้ปริมาณสต๊อกตกเดือนละ 2.4 แสนตัน แต่ถ้าช่วงผลผลิตออกมามากจะทำให้ปริมาณสต๊อกถึงกว่า 400,000 ตัน

จึงขอถามไปยังกระทรวงพาณิชย์ว่า ได้เคยทำเรื่องบาลานซ์สต๊อกหรือไม่ เพราะปริมาณการบริโภคภายในประเทศราว 9 หมื่นตันต่อเดือน นำไปใช้ผลิตไบโอดีเซลประมาณ 100,000 ตันต่อเดือน หมายความว่าช่วงที่ผลผลิตมากก็จะมีสต๊อกเหลือมากซึ่งสามารถนำมาชดเชยในช่วงที่ผลผลิตน้อย จะทำให้ราคาไม่ก้าวกระโดดเพิ่มสูงขึ้น

นายภัชริ กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงสร้างของราคาน้ำมันปาล์มขวด ประกอบด้วย ภาชนะบรรจุ 4.7 บาท ,ค่าการบริหาร 1.67 บาท ,กำไรต่อหน่วย 3.5บาท ,ค่าใช้จ่ายในการผลิต 2.64 บาท รวมทั้ง 4 รายการ 12.51 บาท ซึ่งราคาดังกล่าวนี้เป็นราคาที่ผู้ผลิตได้เสนอต่อกรมการค้าภายใน แต่หากพิจารณาแต่ละส่วนจะพบว่าราคาสูงกว่าความเป็นจริง จึงเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มนายทุนหรือไม่ เพราะการที่ราคาน้ำมันปาล์มสูงขึ้น เป็นภาระต่อผู้บริโภค ประชาชน พ่อค้าแม่ค้าร้านอาหารที่ต้องใช้น้ำมันปาล์มเป็นวัตถุดิบหลัก

ส่วนพี่น้องเกษตรกรชาวสวนปาล์ม ในช่วงที่ปาล์มราคาสูง จะถูกกดราคาการรับซื้อ แต่เมื่อราคาตกจะประสบปัญหาการขาดทุน หรือแม้กระทั่งขายไม่ได้ ทั้งที่หนึ่งปีจะมีผลผลิตที่ราคาสูงเพียงแค่หนึ่งถึงสองเดือนเท่านั้น แต่อีก 10 เดือนที่เหลือผลผลิตออกมามากราคาก็ตกตามไปด้วย

พรรคไทยสร้างไทย จึงขอเรียกร้องให้กรมการค้าภายใน และนายกรัฐมนตรี ลงมาแก้ไขปัญหาดังกล่าว เพราะประชาชนได้รับความเดือนร้อน รวมถึงขอให้นายกรัฐมนตรีตรวจสอบการดำเนินงานของกระทรวงพาณิชย์ ว่าจะเป็นการเอื้อประโยชน์ต่อนายทุนหรือไม่ และทางพรรคไทยสร้างไทยจะติดตามผลการดำเนินงานของรัฐบาลว่าจะมีความจริงใจในการแก้ปัญหาเพื่อพี่น้องเกษตรกร หรือ จะเอื้อผลประโยชน์เพื่อกลุ่มนายทุน