อดีต รมว.คลัง อัด รัฐบาลต้องไม่พูดส่งเดช ต้องไม่ขายสมบัติของชาติมากินมาใช้

0
167

22 ก.ย. 2564 ศาสตราจารย์ ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช​ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง​ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีพูดว่าจะทำให้ประเทศไทยจากรายได้ปานกลางให้เป็นประเทศรายได้สูง ความจริงประเทศไทยเข้าใกล้ประเทศรายได้สูงเมื่อ 15 ปีมาแล้ว การปฏิวัติโดยกองทัพถึง 2 ครั้ง ในปี 2549 และ 2557 ได้ทำให้ประเทศไทยกลับมาเป็นประเทศรายได้ต่ำ เพราะเศรษฐกิจไม่เจริญเติบโต บางครั้งติดลบ โดยเฉพาะ 6-7 ปีที่ผ่านมา ประชาชน​ และ SME จึงล้มละลายและยากจนลงมาก

นายกรัฐมนตรีไม่มีความรู้เรื่องเศรษฐกิจ แต่ชอบพูด และเมื่อทำจริงๆ ก็มักทำตรงกันข้ามกับการสร้างความเจริญเติบโต เช่น (ก) พูดไม่สมเหตุสมผล ไม่มีสาระ ขาดคุณสมบัติมารยาทที่ดี พูดโดยไม่มีความรู้ความเข้าใจ (ข) การประกาศภาวะฉุกเฉิน การให้ตำรวจเอาแก๊สน้ำตาเอากระสุนยางมายิงเยาวชน สิ่งเหล่านี้ทำลายความเชื่อมั่นทั้งสิ้น ใครจะมาลงทุน มีแต่จะหนีออกไป

การสั่งหยุดกิจกรรมทางเศรษฐกิจบ่อยๆ ไม่ให้คนทำมาหากิน แล้วรัฐบาลก็ไปกู้เงินจำนวนมาก มาซื้ออาวุธ มาทำ I-O ทำโฆษณาตัวรัฐบาลเอง แล้วเหลือมาแจกเงินให้ประชาชน จนรัฐบาลเป็นหนี้สินล้นพ้นตัว แล้วประกาศขยายเพดานหนี้รัฐบาลจาก 60% เป็น 70% ของ​ GDP​

ทั้งหมดนี้ เป็นการทำให้ประเทศไทยจากรายได้ปานกลางเป็นประเทศรายได้ต่ำ ไม่ใช่ทิศทางที่จะทำให้ประเทศมีรายได้สูง ประชาชนจึงเป็นหนี้เป็นสินมากมาย​ เพราะไม่พอกิน หนี้ครัวเรือนสูงขึ้นอย่างรวดเร็วไปถึง 93% ของ GDP เนื่องจากเศรษฐกิจ​ไม่เจริญเติบโต ทั้งหนี้รัฐบาลและหนี้ประชาชนจึงพุ่งขึ้นมากมาย ดูท่าประเทศจะไปไม่รอด กระผมจึงแปลกใจ​ ทำไมรัฐบาลมาประกาศว่าจะทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศรายได้สูง “เหมือนพูดส่งเดช” ไม่มีความรู้อะไร ไม่มีสาระ

ดร.สุชาติ​ กล่าวอีกว่า เมื่อ 2 วันมานี้ มีข่าวจากรัฐบาล​ว่า จะไม่จ่ายเบี้ยผู้สูงอายุให้ทุกคนแล้ว จะให้เฉพาะคนจนจริงๆ เท่านั้น อ้างว่าเงินไม่พอ งบประมาณผู้สูงอายุประมาณ 92,000​ ล้านบาทต่อปี สำหรับผู้สูงอายุประมาณ 11 ล้านคน เฉลี่ยเดือนละ 700 บาทต่อคน ซึ่งก็น้อยมากอยู่แล้ว ผู้สูงอายุจะเอาเงินที่ไหนมากินมาใช้ ผู้เสนอเรื่องนี้​ ดูน่าจะขาดจิตสำนึก

หากตนเป็นรัฐบาล กระผมจะจ่ายเงินให้ผู้สูงอายุทุกคน คนละ 3,000 บาทต่อเดือน ปีละ​ 36,000​ บาท​ต่อคน ใช้งบประมาณ 400,000 ล้านบาท เพื่อเป็นสวัสดิการ เป็น “บำนาญประชาชน” โดยกระผมจะลดงบประมาณที่ไม่จำเป็นอื่นๆ เช่น ซื้อเครื่องบิน เรือดำน้ำ ทำ I-O โฆษณาตัวรัฐบาลเอง จะได้เม็ดเงินประมาณ 1-2 แสนล้านบาท

ตนเป็นนักเศรษฐศาสตร์ รู้ว่าจะทำให้ประเทศเจริญเติบโตได้อย่างไร ไม่ใช่แค่ 2-3% ที่เป็นอยู่ แต่จะเป็นปีละ 6-7% จะทำให้สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรม​ส่วนใหญ่ มีราคาสูงขึ้น คือ ขายของได้เงินดอลลาร์ฯ มาแล้ว แลกเป็นเงินบาทได้จำนวนมากขึ้น เกษตรกรและกรรมกร​ ก็จะมีรายได้​ มีค่าแรงสูงขึ้น รัฐบาลก็ได้ภาษีมากขึ้น สามารถหาเงิน 400,000 ล้านบาท​ มาจ่ายเป็น “บำนาญประชาชน”

มีข่าวอีกว่า​ รัฐบาลจะให้คนต่างชาติซื้อบ้านและที่ดินในประเทศไทยได้ กลุ่มขุนศึกขุนนางเหล่านี้เคยต่อต้านเรื่องขายชาติ การขายที่ดินของประเทศเพื่อนำมากินมาใช้ จะทำให้คนในชาติยากจนลง ไม่มีที่ดินทำกิน ไม่มีที่อยู่อาศัย ต้องเช่าคนต่างชาติอยู่ และอาจถูกยึดประเทศเหมือนสมัยอาณานิคม

“ประเทศจะเจริญเติบโตได้​ มีรายได้สูง ก็ต่อเมื่อประชาชนได้รับการศึกษาดีๆ เรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ ได้ทำมาหากินได้ มีรายได้สูงๆ ประชาชนจึงจะมีเงินมีทอง รัฐจึงจะสามารถจัดสวัสดิการ ให้คนแก่ คนพิการ คนป่วย ได้อย่างเพียงพอ การขายทรัพย์สินขายที่ดินของชาติ​ ไม่ทำให้ประเทศเติบโตอย่างถาวร จึงดูเหมือนเป็นการขายชาติ ดูแล้วน่าเศร้าใจมาก” ดร.สุชาติ​ กล่าว