“อนค.อีสานเต็มทีม” บุก “ชัยภูมิ” ฟังปัญหาข้อพิพาทที่ดิน “ปิยบุตร“ชี้ รัฐต้องเปลี่ยนวิธีคิดเกี่ยวกับการจัดการ – “พิธา” เล็งดันป่าทับที่ทำกินเป็นวาระแห่งชาติ

0
4837

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม​ ที่ศาลาบ้านดิน ชุมชนบ่อแก้ว ตำบลทุ่งพระ อำเภอคอนสาร จ.ชัยภูมิ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่  นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ นายอภิชาติ ศิริสุนทร และ 7 ส.ส.ภาคอีสานพรรคอนาคตใหม่ พร้อมด้วย นายชัน ภักดีศรี กรรมการบริหารพรรคภาคอีสาน ร่วมเสวนาแลกเปลี่ยนสถานการณ์​และแนวทางการแก้ไขข้อพิพาทปัญหา​ผืนป่าทับที่ทำกินภาคอีสาน โดยมีผู้แทนเครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสานและชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากข้อพิพาท ร่วมพูดคุยสะท้อนปัญหา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัญหาข้อพิพาทย้อนไปเมื่อ พ.ศ.​2516 รัฐได้ประกาศพื้นที่ดังกล่าวเป็นป่าสงวน​แห่งชาติ​ภูซำผักหนาม ในเวลาต่อมาองค์การ​อุตสาหกรรม​ป่าไม้ (ออป.)​ ได้รับสัมปทาน​ให้ปลูกสร้างสวนป่าคอนสาร โครงการหมู่บ้านป่าไม้ รวมพื้นที่ทั้งหมด 4,401 ไร่ ทำให้เกิดการผลักดันจากเจ้าหน้าที่รัฐ และผู้มีอิทธิพล​ในพื้นที่  ขับไล่ชาวบ้านออกจากที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย ซึ่งชาวบ้านคัดค้านมาโดยตลอด กระทั่งมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง​ และมีตัวแทนชาวบ้านเป็นคณะกรรมการด้วย จนมีมติเมื่อปี 2548 ว่า สวนป่าคอนสารได้ปลูกสร้างทับที่ทำกินของราษฎรจริง หลังจากนั้นมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกหลายครั้ง และมีมติเป็นไปในแนวทางเดียวกันคือ ให้รัฐยกเลิกโครงการสวนป่าคอนสาร และคืนที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยให้กับชาวบ้าน​ แต่ในทางปฏิบัติ​กลับไม่มีการดำเนินงานใดๆ จนกระทั่งปี 2552 องค์การ​อุตสาหกรรม​ป่าไม้​ ได้ฟ้องขับไล่ชาวบ้าน ซึ่งขณะนั้นศาลพิพากษา​ให้ชาวบ้านออกจากพื้นที่​ แต่ขบวนการต่อสู้ในชั้นศาลดำเนินการเรื่อยมา จนถึงการปิดหมายบังคับคดีในเวลานี้ โดยวัตถุประสงค์​เวทีวันนี้ คือการรับฟังปัญหาและสถานการณ์​ปัจจุบัน เพื่อหาข้อเสนอร่วมกันพร้อมแนวทางการแก้ไขถึงข้อพิพาทดังกล่าว

นายปิยบุตร​ กล่าวว่า วันนี้ทีมงานพรรคอนาคตใหม่ตั้งใจเดินทางมารับฟังปัญหา​พี่น้องโดยตรง หลายๆเรื่องเป็นปัญหา​ที่ตกค้างมายาวนานหลายทศวรรษ​ หลายเรื่องก็เป็นปัญหาเฉพาะหน้าที่ต้องรีบหาทางแก้ไข ในเบื้องต้นปัญหาที่ดินทำกิน ป่าทับที่ ที่ทับป่า หรือป่าอุทยาน​ฯทับที่ทำกินของชาวบ้าน เป็นเรื่องที่เราให้ความสำคัญ​เป็นลำดับต้นๆตั้งแต่ก่อนตั้งพรรค นโยบายของพรรคที่นำไปใช้หาเสียงเมื่อ 24 มีนาคม ที่ผ่านมา ก็มีเรื่องนี้ แต่สภาพการณ์​ในปัจจุบัน เราได้รับการเลือกตั้งมา มี ส.ส.อยู่ 81 คน แล้วเป็นฝ่ายค้าน นี่คืออุปสรรค​ชิ้นใหญ่และเป็นข้อจำกัดเป็นอย่างยิ่งที่จะผลักดันแก้ปัญหาต่างๆให้กับพี่น้องประชาชน พอเราไม่ได้เป็นรัฐบาล ก็มีเครื่องไม้เครื่องมืออยู่อย่างจำกัด ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ไม่ใช่ข้ออ้างที่จะไม่ทำอะไรให้ประชาชน เรายืนยันว่าจะใช้กลไกอำนาจทางการเมือง​ในฐานะฝ่ายที่เรามีอยู่ จะผลักดันเรื่องเหล่านี้ต่อไป ยกตัวอย่างเช่น กลไกสภาผู้แทนราษฎร​ ก็จะมีการตั้งกระทู้ถามถึงรัฐมนตรี​ที่รับผิดชอบ เรื่องของการตั้งญัตติ​ การตั้งกรรมาธิการ​วิสามัญ​ ศึกษาปัญหาเหล่านี้โดยเฉพาะเจาะจง อย่างเช่น ส.ส.อภิชาติ​ ศิริสุนทร เสนอญัตติ​ไปแล้ว เพื่อขอตั้งกรรมาธิการวิสามัญ​ศึกษาผลกระทบจากนโยบายทวงคืนผืนป่า กรรมาธิการ​ในที่นี้ไม่ได้มีแต่ ส.ส. สามารถเชิญคนนอกเข้ามาร่วมประชุมด้วยกันได้ แล้วเราจะคัดสรร​ตัวแทนพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบร่วมพูดคุย เพื่อศึกษาและนำเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป อีกชุดหนึ่งคือ คุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ได้เสนอญัติตั้งกรรมาธิการวิสามัญ​ศึกษาการออกประทานบัตร​กรณีเหมืองแร่ต่างๆเช่นเดียวกัน พรรคอนาคตใหม่จะผลักดันอย่างเต็มที่เพื่อจะได้เป็นประธานกรรมาธิการ​ต่างๆ เพื่อจะแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน นี่คือเรื่องในสภาฯ

“สำหรับเรื่องของภาคประชาชน พรรคอนาคตใหม่เป็นพรรคที่จะทำงานต่อเนื่องตลอดทุกวัน งานของเราไม่ได้มีแค่เลือกตั้ง​ ไม่ได้มีแต่ประชุมสภาฯ เราจะลงไปพบปะ​พี่น้องในพื้นที่ต่างๆ ทุกๆสุดสัปดาห์​หลังจากประชุมสภา เราจะลงไปพบประชาชน แล้วจะสื่อสารเผยแพร่ปัญหาของพี่น้องแต่ละท้องที่สู่สาธารณะ เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ถึงปัญหาที่พี่น้องประสบพบเจอให้รู้กันในวงกว้าง สุดท้ายการแก้ปัญหาระยะยาวในเชิงโครงสร้างเรื่องทรัพยากร​ ป่าไม้ ที่ดิน เราต้องเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ว่า นี่ไม่ใช่เรื่องของรัฐ หรือเรื่องของชาวบ้านเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องที่ต้องจัดการร่วมกัน วิธีคิดที่ว่า อะไรที่เป็นของป่าสงวนหรืออุทยาน​ รัฐเป็นเจ้าของ รัฐมีสิทธิจัดการทุกอย่าง วิธีคิดเหล่านี้เป็นปัฐหาเรื้อรัง​มาหลายทศวรรษ​แล้ว ปัญหาก็จะวนเวียน​อยู่แบบนี้ไม่จบไม่สิ้น เราจะผลักดันวิธีคิดที่ว่า เป็นกรรมสิทธิร่วมกัน เป็นเจ้าของร่วมกัน จัดสรร​กับทรัพยากร​ร่วมกัน แต่เรื่องเหล่านี้ล้วนใช้ระยะเวลาการทำงานทางความคิดอย่างยาวนาน เพราะวิธีคิดของรัฐไทยทุกยุคทุกสมัย ไม่เชื่อเรื่องนี้ คิดอยู่เพียงอย่างว่า มีแค่กรรมสิทธิ์​ของเอกชนและเป็นทรัพย์สิน​ของรัฐ ถ้าอะไรก็ตามที่ตกเป็นทรัพย์สิน​ของรัฐ รัฐจะไล่คนออกจากพื้นที่หมด อย่างที่เกิดปัญหามาอย่างยาวนาน” นายปิยบุตร​กล่าว

ด้าน นายพิธา กล่าวว่า สิ่งที่ตนอยากจะทำในฐานะฝ่ายค้าน คืออยากจะเรียกร้องไปถึงคณะรัฐมนตรี​ ผู้แทนในรัฐสภา​ และคนไทยทุกคน ว่า เรื่องป่าทับที่ที่เกิดขึ้น ตนอยากผลักดันให้เป็นวาระแห่งชาติ เพราะเรื่องของที่ดินไม่ใช่เป็นเรื่องแค่เกษตรกร ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบอย่างเดียว ถ้าท่านเป็นมีภาวะเป็นผู้นำที่ดี ท่านจะต้องการให้ประชาชนในประเทศ 70 กว่าล้านคน สามารถลืมตาอ้าปากได้ แล้วเศรษฐกิจ​จะมาจากฐานราก​ และประชาชนจะสามารถเข้าสู่ระบบทุนนิยมได้ และงบประมาณหลายๆส่วนก็อาจจะไม่ต้องใช้ นี่คือวิธีแก้เศรษฐกิจ​อย่างยั่งยืนและรวดเร็วมากที่สุด ปัญหาของกระทรวงเกษตร ไม่ได้อยู่ที่กระทรวง​เกษตรแต่เพียงที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นมหาดไทย​ กลาโหม​ กระทรวงทรัพย์​ฯ หรือแม้แต่กระทรวงการคลัง ล้วนเกี่ยวข้องกับปัญหาทั้งสิ้น ตนจึงคิดว่าต้องเป็นวาระแห่งชาติขึ้นมาได้แล้ว ถ้าแก้กฎหมายบางฉบับที่เกี่ยวข้อง สามารถแก้ไข้ปัญหาได้ทั้งระบบ ทั้งเศรษฐกิจ​ สังคม และการเมือง

ด้าน นายอภิชาติ ศิริสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร​ บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า  เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ที่ผ่านมา ได้เป็นตัวแทนของ ส.ส. อีสาน พรรคอนาคตใหม่ ยื่นหนังสือ ถึงรัฐมนตรี​กระทรวงว่าการทรัพยากร​ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ตามหนังสือร้องเรียนชาวบ้าน ให้แก้ไขปัญหาบังคับคดีปัญหาที่ดิน ป่าทับที่ ที่ทับป่า ของพี่น้องประชาชนโดยด่วน ทั้งนี้ การแก้ไขปัญหาในระยะสั้น คือ การใช้กลไกในรัฐสภา การตั้งทู้ถามถึงรัฐมนตรี  ส่วนการแก้ไขปัญหาในระยะยาวจะเสนอญัตติ​ตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาเกี่ยวกับปัญหาที่ดิน และข้อกฎหมายต่างๆ เพื่อไม่ให้พี่น้องประชาชนถูกรังแกด้วยข้อกฎหมาย เพราะเราคือพรรคของมวลชน ที่ทำเพื่อพี่น้องประชาชนอย่างจริงใจ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here