“ช่อ พรรณิการ์” เยือน “แปดริ้ว” จับเข่าคุยนักเรียน ชี้ อบจ.คือเงินภาษีหลักพันล้านจากทุกคน ฝากชวนพ่อแม่เลือก “ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ” นำนโยบาย “คณะก้าวหน้า” เปลี่ยนจังหวัดฉะเชิงเทรา

0
359

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2563 ที่วิทยาลัยเทคนิคจุฬาภรณ์ (ลาดขวาง) ต.บางขวาง อ.ลาดโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา นางสาวพรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า ร่วมรณรงค์หาเสียงให้กับนายยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ฉะเชิงเทรา เบอร์ 2 โดยเปิดปราศรัยหาเสียงกับนักเรียนเทคนิค ในฐานะส่วนหนึ่งของกิจกรรมของโรงเรียน ที่เปิดพื้นที่ให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งสามารถขออนุญาตเข้ามาหาเสียงให้ข้อมูลสำหรับการเลือกตั้ง อบจ.ได้

น.ส.พรรณิการ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า สำหรับน้องๆ หลายคนที่นี่ ส่วนใหญ่อายุ 14-16 ปี อาจจะคิดว่าเรายังไม่มีสิทธิเลือกตั้ง จะฟังการหาเสียงไปทำไม จะสนใจไปทำไม แต่ในความเป็นจริงคือ การเลือกตั้งทุกครั้งมีผลถึงพวกเราทุกคน เพราะมันคือเงินภาษีของประชาชน รวมทั้งตัวเราเองด้วย ทุกครั้งที่เราเดินเข้าร้านสะดวกซื้อ ของที่เราซื้อล้วนมีภาษีมูลค่าเพิ่ม รถจักรยานยนต์ที่ขี่ไปซื้อเมื่อเติมน้ำมันก็เสียภาษี ภาษีทุกอย่างที่เราและพ่อแม่ของเราเสียล้วนแต่รวมมาเป็นเงินที่ให้รัฐ และมาเข้า อบจ. อย่างในจังหวัดฉะเชิงเทราจังหวัดเดียวเข้าถึงกว่า 1 พันล้านบาท รวมสี่ปีกว่า 4 พันล้านบาท ดังนั้น การเมืองล้วนเกี่ยวข้องกับเราทุกคน และมันคือเรื่องของถนน น้ำ ไฟ ขยะ สวนสาธารณะรอบบ้านเรา ที่เป็นเรื่องของ อบจ.โดยตรง แต่เป็นเวลาประมาณเกือบ 10 ปีแล้วที่เราไม่ได้มีการเลือกตั้ง อบจ. ส่วนหนึ่งเพราะการรัฐประหารปี 2557 ทำให้การเลือกตั้ง อบจ.ชะงักทั่วประเทศจนกระทั่งวันนี้

“วันนี้ หลายคนยังไม่รู้ว่าจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นในวันที่ 20 ธันวาคม และนี่คือเรื่องที่น่ากลัว เพราะปีหนึ่งนายก อบจ.อย่างในจังหวัดฉะเชิงเทราใช้เงินงบประมาณหลักพันล้าน ภาษีของพวกเรากำลังจะถูกส่งไปสู่มือของนายก อบจ.ที่จะได้เข้าไปบริหารจังหวัดของเราหากเราไม่สนใจการเมือง และหากเสียงที่ได้ส่วนใหญ่มาจากการซื้อเสียง การจ่ายเงิน 300-500 บาทต่อคน ผู้ซื้อเสียงอาจจะใช้เงินหลักร้อยล้านบาท นี่คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด เพราะเป็นการแจกหลักร้อยล้านเพื่อจะได้เข้าถึงเงิน 4 พันล้านกว่าบาท ซึ่งก็มักจะนำไปสู่การทุจริตเพื่อถอนทุนคืน ทำให้ปัญหาของท้องถิ่นไม่ได้รับการแก้ไข มันคือสาเหตุของเรื่องน้ำไม่ไหล เรื่องไฟไม่สว่าง ขยะไม่ได้รับการจัดการ ถนนผุพัง ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะที่ผ่านมาเราไม่ได้สนใจเรื่องของการเมืองและการเลือกตั้งท้องถิ่น และมองเป็นเรื่องไกลตัว 4 ปีข้างหน้าอนาคตของเรามีค่า ที่ไม่ใช่แค่ 300-500 บาทแน่ๆ เงินเหล่านี้ซื้ออนาคต 4 ปีของพวกเราไม่ได้แน่ๆ และไม่ควรจะมีอนาคต 4 ปีของใครที่มีราคาแค่ 300-500 บาท วันนี้น้องๆ หลายคนอาจจะยังเลือกตั้งไม่ได้ แต่สิ่งที่เราทำได้แน่ๆ คือการบอกคนใกล้ตัวที่มีสิทธิเลือกตั้ง ทำให้นโยบายของเรากลายเป็นความจริงขึ้นมา” น.ส.พรรณิการ์ กล่าว

น.ส.พรรณิการ์ กล่าวอีกว่า คุณยศสิงห์เป็นคนฉะเชิงเทรา เขาอยากให้ลูกหลานได้เติบโตขึ้นมาในฉะเชิงเทราที่ดีกว่านี้ แผ่นพับที่นำมาแจกวันนี้อาจจะเป็นแค่เศษกระดาษ เมื่อเรากลับไปน้องๆ อาจจะเอาไปทิ้งก็ไม่เป็นไร แต่ก่อนทิ้งขอให้อ่านดูก่อน สิ่งที่อยู่ในกระดาษนี้คือสิ่งที่เมื่อคุณยศสิงห์จะต้องทำเมื่อประชาชนให้ความไว้วางใจ เลือกให้เป็นนายก อบจ. และถ้าเขาไม่ทำตามนี้ ให้ไปด่าคุณยศสิงห์ได้ที่บ้าน แต่ถ้ายศสิงห์ได้ทำ สิ่งที่อยู่ในเศษกระดาษนี้จะกลายเป็นอนาคตของฉะเชิงเทราที่น่าอยู่ขึ้น อ่านนโยบายของเราคณะก้าวหน้า แล้วตัดสินใจเพื่ออนาคตของตัวเอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังกล่าวปราศรัยเสร็จ น.ส.พรรณิการ์ พร้อมด้วยนายยศสิงห์ และทีมผู้สมัคร ส.อบจ. ได้เดินทางต่อมายังตลาดหน้าวัดโสธรวรารามวรวิหาร (วัดหลวงพ่อพุทธโสธร) ต.ในเมือง อ.เมืองฉะเชิงเทรา เดินหาเสียงพูดคุยและแจกแผ่นพับให้กับพ่อค้าแม่ขาย และผู้ที่เดินทางมาสักการะหลวงพ่อพุทธโสธร ด้วยบรรยากาศการตอบรับอย่างอบอุ่นเป็นกันเอง