โฆษก กมธ.ต่างประเทศ ชี้ เลือกตั้งสหรัฐฯ ทำให้ไทยและกลุ่มอาเซียนต้องผนึกกำลังสร้างความเข้มแข็ง เพิ่มอำนาจการต่อรองทางการค้าให้มากขึ้น

0
801

นางสาวสรัสนันท์ อรรณนพพร ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า การเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาไม่ว่าจะเป็นนายโดนัลด์ ทรัมป์ หรือ นายโจ ไบเดน  จะมีผลต่อมุมมองยุทธศาสตร์การต่างประเทศที่มีต่อไทยแน่นอน เช่น นโยบายการต่างประเทศ ที่ไทยจะได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม  จากสมรภูมิการค้าของสหรัฐต่อจีน  ซึ่งเป็นสองประเทศมหาอำนาจการค้าของโลก  

อย่างไรก็ดี กระบวนทัศน์การเมืองโลกในสถานการณ์ปัจจุบันได้เปลี่ยนไปแล้ว  อำนาจถูกแบ่งและกระจายออกไป(multi-polarization) สหรัฐฯไม่ได้เข้มแข็งเหมือนในอดีต  ขณะเดียวกันหลายๆประเทศก็กลายเป็นมหาอำนาจในแต่ละภูมิภาค มีจุดแข็งที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นประเทศไทยต้องจับตายุทธศาสตร์ของหลายๆประเทศ และเน้นจุดแข็งที่มีอยู่   ผนึกกำลังกับประเทศในภูมิภาคอาเซียนซึ่งมีศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง และตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ทางภูมิรัฐศาสตร์  เพื่อสร้างความเข้มแข็งและสร้างอำนาจการต่อรองกับประเทศที่มีขนาดใหญ่ให้ได้

นางสาวสรัสนันท์ กล่าวต่อว่า อาเซียนและประเทศไทยกำลังจะเป็นกลุ่มประเทศที่สหรัฐฯเพิ่มความสำคัญมากขึ้น   แม้หลายปีที่ผ่านมานายโดนัลด์ ทรัมป์  จะละเลยภูมิภาคนี้ไป แต่เชื่อว่าประธานาธิบดีคนใหม่ต้องเน้นเกมส์รุกในภูมิภาคอินโดแปซิฟิก (Indo-Pacific Strategy) ไม่ช้าก็เร็วอย่างแน่นอน    ทั้งนี้หากนายโจ ไบเดน เป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่  อาจจะใช้วิธีที่ละมุนละม่อม ผ่านข้อตกลงทางการค้า (Trade agreement)   เช่น CPTPP หรือความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก  เป็นต้น  เพื่อสร้างมิตร  แต่หากเป็นนายโดนัลด์ทรัมป์ จะเน้นรูปแบบการแตกหักในด้านต่างๆ เพื่อต่อรอง-กดดันในแบบที่เคยดำเนินการกับประเทศพันธมิตรหลายประเทศ เช่น NAFTA  หรือ ความตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ และสหภาพยุโรป หรือ  EU เป็นต้น