วันพุธ, ตุลาคม 28, 2020
  • Home
  • News
  • ARTICLE
  • VIDEO
  • REVIEW
  • PROJECTS
  • Contact
More

    ส.ส.ชาติพันธุ์ ก้าวไกล ยกกรณี ‘ชัยภูมิ ป่าแส’ อาจเป็นอีกหนึ่งคำถามสังคมไทยเรื่อง ‘ความลอยนวลพ้นผิด’ สะท้อนใจ ชาติพันธุ์ไทยยังไร้สิทธิศักดิ์ศรีภายใต้แนวคิด ‘ความมั่นคง’

    มานพ คีรีภูวดล ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ แสดงความเห็นต่อกรณีศาลแพ่งมีคำพิพากษายกฟ้องในคดีที่มารดาของ ชัยภูมิ ป่าแส ชาวลาหู่ เยาวชนนักกิจกรรมทางสังคมเพื่อกลุ่มชาติพันธ์ุ ยื่นฟ้องต่อศาลเพื่อเรียกร้องค่าเสียหาย 4 ล้านบาทจากการกองทัพบกก่อเหตุวิสามัญฆาตกรรมชัยภูมิ ขณะขับรถยนต์ผ่านด่านตรวจเจ้าหน้าที่ทหารบริเวณบ้านรินหลวง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2560 โดยระบุว่า ในสายตาของรัฐไทย​ คนลาหู่หรือกลุ่มชาติพันธุ์​ที่อาศัยอยู่แถบพื้นที่ชายแดนได้คือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากปฏิบัติการด้านยาเสพติด ส่วนนัยทางการเมืองของประวัติศาสตร์​ว่าด้วยการเกิดขึ้นของรัฐชาติ  กลุ่มคนเหล่านี้ถูกให้ความหมายว่าไม่ใช่คนไทย​ จึงถูกปฏิบัติเพียงแค่ผู้อาศัยพึ่งพิงแผ่นดินจึงทำให้กลายเป็นกลุ่มคนที่แทบจะไร้ซึ่งสิทธิและศักดิ์​ศรีเยี่ยงคนปกติ​ และมักถูกผลักให้กลายเป็นปัญหาโดยเฉพาะภายใต้แนวคิด ‘ความมั่นคง’ “นี่คือชีวิตของเยาวชนนักกิจกรรม​ลาหู่คนหนึ่งที่พยายามรณรงค์ส่งเสียงของกลุ่มชาติพันธุ์​เพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของพวกเขา​ แต่ต้องถูกกระสุนของเจ้าหน้าที่​รัฐพรากชีวิตไป​...

    “ปดิพัทธ์” จี้เตรียมพร้อมรับมือระบาดระลอกสอง – ยก 3 โจทย์สร้างงานที่ดีและมั่นคงรองรับ 7 ล้านคนถูกลอยแพ ย้ำ 2...

    ***"ปดิพัทธ์" จี้เตรียมพร้อมระบาดรอบ2 - รองรับ 7 ล.คนตกงาน เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2563  ที่ อาคารรัฐสภา (เกียกกาย) นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พรรคก้าวไกล เขต 1 จ.พิษณุโลก ร่วมอภิปราย พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 พ.ศ.2563 โดยระบุว่า  เพื่อให้ประเทศรอดพ้นจากวิกฤตชีวิตและเศรษฐกิจ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการเตรียมความพร้อมรับมือการระบาดระลอกที่ 2 ด้วยจำเป็นต้องมาพิจารณาแก้ระบบคิดการจัดสรรงบประมาณใหม่ ไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำเดิม เช่น การกักตุนหน้ากากกักตุนอาหาร ไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางสาธารณสุข เช่น การกักตุนวัคซีนไว้ให้คนรวย แต่คนจนเข้าไม่ถึง ซึ่งจะเป็นหายนะที่แท้จริงของประเทศไทย "แผนฟื้นฟูประเทศไม่ใช่เพียงแต่เรื่องจัดการไวรัส แต่คือต้องไปดูเรื่องการตกงานด้วย สิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยคือคนตกงานกว่า 7 ล้านคน โดยมี 4 ล้านคนโดยประมาณกลับไปที่ภาคชนบท และไม่ได้กินผักสวนครัวที่รั้วกินได้ของพวกเขาแล้วอยู่ได้ แต่กลับไปเจอฝันร้ายซึ่งเป็นโจทย์ที่รัฐบาลก็ยังแก้ไม่สำเร็จ คือ ปัญหาภัยแล้งที่ทุ่มงบไปแต่ไม่เคยแก้ได้ ปัญหาการไม่มีที่ดินทำกินซึ่งขายไปหมดแล้ว และต่อให้เรามีฝันดีกลับไปทำเกษตรได้จริงๆ แต่ในรอบการผลิตครั้งต่อไปต้องเจอปัญหาผลผลิตเกษตรล้นตลาด ราคาตกต่ำ ส่งออกไม่ได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่อยู่ในแผนฟื้นฟูประเทศ" นายปดิพัทธ์ กล่าว ***ยกโจทย์ 3 ด้านสร้างงานที่ดีและมั่นคงให้ประชาชน นายปดิพัทธ์ กล่าวว่า รัฐบาลต้องฟื้นฟูประเทศโดยการสร้างงานที่ดีและมั่นคงให้ประชาชนเท่านั้น และงานที่ว่านี้จำเป็นต้องตอบโจทย์ 3 ด้าน คือ 1. งานที่ฟื้นฟูและเสริมสร้างศักยภาพประเทศ 2. งานที่แก้ไขปัญหาเรื้อรังของประเทศและ 3.งานที่ตอบโจทย์ความท้าทายในระดับโลก แต่ทั้งหมดต้องอยู่บน 2 โครงสร้างที่ยึดโยงกับประชาชนคือโครงสร้างที่มาอำนาจการเมือง และโครงสร้างรัฐราชการที่ส่งมอบนโยบายอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้งานที่จะเกิดขึ้นนั้น รัฐบาลจะต้องทำหน้าที่เป็นทั้งผู้สร้างงาน เช่น งานฟื้นฟูประเทศทำความสะอาดสถานที่ท่องเทียวต่างๆ เป็นต้นรัฐบาลต้องทำหน้าที่เป็นผู้ซื้อและฟูมฟัก เช่น การผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์อย่างเครื่องช่วยหายใจนั้นสามารถทำได้ทันที และฟูมฟักด้วยมาตรการช่วยเหลือทางภาษี ร่วมสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา ร่วมทดสอบ รับรองและออกใบอนุญาตให้เกิดอุตสาหกรรมใหม่ๆ "ขอยกตัวอย่างโครงการประเภท Medicare...

    “เพื่อไทย” แนะ รบ.ก่อนพิจารณาให้นักท่องเที่ยวเข้าประเทศ วอนให้คนไทยตกค้างกลับบ้านก่อน

    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 นางสาว สรัสนันท์ อรรณนพพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดขอนแก่น และ โฆษกกรรมาธิการการต่างประเทศเผยว่ายังมีคนไทยตกค้างกว่าสองหมื่นคน ที่รอกลับภูมิลำเนาจากต่างประเทศ แนะให้รัฐบาลเร่งพิจารณานำคนไทยกลับบ้าน ก่อนอนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้า จากสถานการณ์โควิดในประเทศที่ทุเลาลง รัฐบาลได้คลายล็อกมาตรการต่างๆเพื่อกลับสู่วิถีปกติ และยังเริ่มมีการนำเสนอพิจารณาหลายๆมาตราการเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ เช่น travel bubble เพื่อกระตุ้นภาคการท่องเที่ยว  แต่ในขณะเดียวกัน อยากวอนให้รัฐบาลและกระทรวงสาธารณะสุขเร่งอนุญาติให้คนไทยที่แสดงเจตจำนงค์กลับเข้าประเทศได้เร็วที่สุด ก่อนที่จะให้สิทธินักท่องเที่ยว ซึ่งขณะนี้รัฐบาลอนุญาตให้คนไทยเข้าประเทศเพียงวันละ 500 คน  นอกจากอุปสรรคการจำกัดจำนวนแล้ว ยังต้องมีใบรับรองแพทย์ หรือ Fit to fly certificate ที่เป็นภาระต่อผู้เดินทางแต่ไม่ได้การันตีความปลอดเชื้อแต่อย่างใด ให้ยกเลิกไป รัฐบาลอย่าได้กังวลเรื่องผู้ติดเชื้อจากต่างประเทศให้มากเกินจำเป็น เพราะยังมีมาตรการควบคุมโรคอื่นๆอีก เช่น state...

    สร้างความโปร่งใสเพื่อให้สมพระเกียรติ ! “ธนาธร” อภิปรายงบฯ “ราชการในพระองค์” ชี้สูงขึ้นทุกปียิ่งกว่าเงินเฟ้อ-จีดีพี แนะผู้บริหารปรับลด – ขอ กมธ. ยึดหลักให้หน่วยงานเข้าชี้แจงเหมือนหน่วยงานอื่นเป็นปกติ

    เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 20 สิงหาคม ที่รัฐสภา (เกียกกาย) ในการประชุมของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2564 เป็นการพิจารณางบประมาณส่วนราชการในพระองค์ โดยมี เจ้าหน้าที่จากสำนักงบประมาณเป็นผู้ชี้แจง ซึ่ง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า...

    “ธนาธร” ประกาศ ได้เวลาคุยข้อเสนอ นศ. พาสังคมไปข้างหน้าเลี่ยงนองเลือด

    นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ให้สัมภาษณ์พิเศษเป็นครั้งแรกเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของนักศึกษา ในรายการ “เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand” ตอนพิเศษ โดยมีพิธีกรคือ ดนัย เอกมหาสวัสดิ์ นักข่าวและพิธีกรอาวุโส และอมรรัตน์ มหิทธิรุกข์ นายธนาธรกล่าวในตอนต้นว่าการชุมนุมของนักศึกษา คือเอาเรื่องที่ทุกคนพูดกันในที่ลับ มาพูดในที่สาธารณะได้ นับว่าเป็นความกล้าหาญของพวกเขา...

    “พรรณิการ์” แนะรัฐสื่อสารช่วง “วิกฤตโควิด-19” 4 ประเด็นต้องแก้ไข ช่องทางถูกต้องรวมศูนย์- ครอบคลุมครบถ้วน- หยุดไล่ฟ้อง ปชช. – สร้างโอเพ่นดาต้า

    เมื่อวันที่ 19 มีนาคม พรรณิการ์ วานิช อดีตโฆษกพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงแนวทางการสื่อสารของภาครัฐ และการรับสารของประชาชน ในช่วงวิกฤตการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 โดยระบุว่า ในช่วงเวลาที่อยู่ในภาวะวิกฤตสาธารณะสุขที่ใหญ่ที่สุดในรอบ 100 ปี ในการแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 ไม่ได้มีเพียงปัญหาด้านสาธารณะสุขเพียงอย่างเดียว สิ่งที่สำคัญไม่แพ้ด้านการจัดการในด้านสาธารณะสุขนั้นก็คือ การจัดการด้านการสื่อสาร วันนี้ อยากจะแสดงความคิดเห็นเล็กน้อย เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์ในด้านการสื่อสารจากรัฐไปถึงประชาชน เพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับชีวิตของประชาชนคนไทยในการรักษาตนเองให้รอดจากไวรัสโควิด-19...

    Must Read

    “อนาคตใหม่” จัดงาน “มาสิครับ ผมจะเล่าให้ฟัง” ครบรอบ 1 ปีสมัครสมาชิกพรรค – รำลึก 6 ตุลา...

    เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ที่พรรคอนาคตใหม่ ชั้น 5 อาคารไทยซัมมิท จัดกิจกรรมครบรอบ 1 ปีสมัครสมาชิกพรรค โดยงานนี้มีชื่อว่า “มาสิครับผมจะเล่าให้ฟัง”ซึ่ง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ บอกเล่าเรื่องราวในรอบปีที่ผ่านมา โดยมี นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ น.ส.กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ...

    วัดพระธรรมกาย ต้อนรับคณะประเมินมาตรการสาธารณสุขป้องกันโควิด-19

    พระมหานพพร ปุญฺญชโย ป.ธ.9 รองผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย กล่าวว่า วันนี้ (27 พ.ค. 63) เวลา 13.00 น. พระครูสังฆรักษ์รังสฤษดิ์ อิทฺธิจินฺตโก เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย พร้อมด้วยพระครูสมุห์สนิทวงศ์ วุฑฺฒิวํโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย ให้การต้อนรับ พล.ต.ต.ชยุต...

    กรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ชี้ รัฐบาลไม่ควรหาประโยชน์ บนความทุกข์ยาก ความเสียสละของประชาชน

    นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ได้ประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่า การที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลง ตัวเลขสะสมของผู้ติดเชื้อลดลง มีผู้ที่รักษาหายมากขึ้น มาจาก...

    “เพื่อไทย” ลั่นมี “หมัดเด็ด”น็อครัฐมนตรีกลางสภา อัด“ปราบโกง”แค่วาทกรรมเปิดแผลทุจริตฟ้องประชาชน

    นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทางพรรคร่วมฝ่ายค้านมีการทำการบ้านหนักมาก ในการหาข้อมูล ข้อเท็จจริงในการงานที่ไม่โปร่งใสของรัฐบาล ดังนั้นการการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในครั้งนี้จะเป็นการแสดงให้เห็นถึงความบกพร่องของรัฐบาลและเปิดแผลการทุจริตของรัฐบาลที่ประกาศว่าจะเข้ามาปราบโกง นั้นไม่มีจริงเพื่อให้ประชาชนรับทราบข้อเท็จจริง ในส่วนของการเตรียมข้อมูลนั้นคณะทำงานของพรรคร่วมฝ่ายค้านทั้ง 7 พรรค จะนำข้อมูลที่ได้รับมารวบรวมกันแล้วมาประชุมร่วมกันเพื่อตรวจสอบว่ามีข้อมูลของรัฐมนตรีท่านไหนบ้าง...

    ก้าวไกล จ่อยื่น หนังสือต่อ ปธ.สภา เพื่อถอดถอน รมช.เกษตรฯ

    นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ โฆษกพรรคก้าวไกล เปิดเผยว่าในวันพรุ่งนี้(27 พฤษภาคม 2563 ) เวลา 13:ooน. สส. พรรคก้าวไกลจะยื่นหนังสื่อต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ประธานสภาฯ ส่งหนังสือดังกล่าวไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัยสมาชิกภาพของร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการเกษตรและสหกรณ์ พ้นจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากมีลักษณะต้องห้าม มีคดีเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและเคยจำคุกในประเทศออสเตรเลีย

    “เพื่อชาติ” อัดรัฐบาลเพิกเฉยต่อประชาชนที่คิดต่างสูญหาย 9 คน ในรอบ 6 ปี จี้ตามหาความยุติธรรมให้ทุกกรณี

    นางสาวเกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ แถลงการณ์ กรณีรัฐบาลเพิกเฉยต่อประชาชนที่คิดต่างจากรัฐบาลสูญหาย 9 คน ในรอบ 6 ปีว่า 6 ปีหลังรัฐประหารโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อวันที่ 22 พ.ค.  2557 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้เผยแพร่รายงานระบุว่า มีผู้ถูกผลักดันให้ลี้ภัยจากสถานการณ์ทางการเมืองและการไล่ล่ากวาดล้างที่เกิดขึ้นอย่างน้อย 104 ราย ภายใต้ประกาศและคำสั่ง คสช. ในจำนวนผู้ลี้ภัยเหล่านี้บีบีซีไทยได้รวบรวมว่ามี "ผู้ลี้ภัย" อย่างน้อย 9 คนกลายเป็น "ผู้สูญหาย" จนถึงปัจจุบัน รายชื่อบุคคลที่อาจถูกบังคับให้สูญหาย 9 คน 1. นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ผู้ลี้ภัยทางการเมืองชาวไทย ที่อาศัยอยู่ในประเทศกัมพูชา หายตัวไปเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2563 2. นายชูชีพ ชีวะสุทธิ์ หรือ "ลุงสนามหลวง" ช่วงเวลาที่หายตัวไป : พ.ค. 2562 ประเทศที่พำนักอยู่ก่อนหายตัวไป : เวียดนาม 3. นายสยาม ธีรวุฒิ หรือ "สหายข้าวเหนียวมะม่วง" ช่วงเวลาที่หายตัวไป : พ.ค. 2562 ประเทศที่พำนักอยู่ก่อนหายตัวไป : เวียดนาม 4. นายกฤษณะ ทัพไทย หรือ "สหายยังบลัด" ช่วงเวลาที่หายตัวไป : พ.ค. 2562 ประเทศที่พำนักอยู่ก่อนหายตัวไป : เวียดนาม 5. นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ หรือ สุรชัย แซ่ด่าน ช่วงเวลาที่หายตัวไป: ธ.ค. 2561 ประเทศที่พำนักอยู่ก่อนหายตัวไป : ลาว 6. นายชัชชาญ บุปผาวัลย์ หรือ "สหายภูชนะ" ช่วงเวลาที่หายตัวไป : ธ.ค. 2561 ประเทศที่พำนักอยู่ก่อนหายตัวไป : ลาว 7. นายไกรเดช ลือเลิศ หรือ "สหายกาสะลอง" ช่วงเวลาที่หายตัวไป : ธ.ค. 2561 ประเทศที่พำนักอยู่ก่อนหายตัวไป : ลาว 8. นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือ "โกตี๋" หรือ "สหายหมาน้อย" ช่วงเวลาที่หายตัวไป : ก.ค. 2560 ประเทศที่พำนักอยู่ก่อนหายตัวไป : ลาว 9. นายอิทธิพลสุขแป้น หรือ "ดีเจซุนโฮ" หรือ "ดีเจเบียร์" ช่วงเวลาที่หายตัวไป : ก.ค. 2559 ประเทศที่พำนักอยู่ก่อนหายตัวไป : ลาว ‘เกศปรียา’ กล่าวว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา คงไม่ลืมคำพูดตนเองที่ต้องการเข้ามาแก้ปัญหาความขัดแย้งเมื่อปี2557 แต่การที่ประชาชนฝ่ายที่คิดต่างจาก คสช. สูญหายไปแล้ว 9 รายแต่รัฐบาลเพิกเฉย เป็นการเพิ่มความขัดแย้งให้มากขึ้นด้วยความรู้สึกถูกกดขี่รังแกจากอำนาจรัฐ ถ้าต้องการเป็นรัฐบาลที่แก้ปัญหาความขัดแย้งของประชาชนทั้งชาติจริงอย่างที่เคยกล่าวไว้ ต้องติดตามและเผยแพร่ข้อเท็จจริง ตามหาความยุติธรรมให้ทุกกรณีของประชาชนที่สูญหายแต่ทำทุกอย่างเพื่อรักษาอำนาจตนเองเช่นหกปีที่ผ่านมา รวมถึงกรณี นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ หรือต้าร์ ล่าสุดด้วยถ้าตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน 2563 รัฐบาลประสานไปยังประเทศกัมพูชา อาจจะได้ทราบเบาะแสที่หายตัวไป ไม่ใช่รัฐบาลมีท่าทีเมินเฉยต่อการถูกบังคับให้ชีวิตประชาชนคิดต่างสูญหาย รอจนเกิดเป็นกระแสสังคม 4 วันถึงเริ่มมาติดต่อประสานงาน ท่าทีแบบนี้เป็นการตอกลิ่มความขัดแย้งให้เพิ่มมากขึ้น

    สวนคนละหมัด​! รองโฆษกอนาคตใหม่ ถาม “ธนกร” เอาความกล้ามาจากไหนที่กล่าวหา “ธนาธร” ไร้ความรับผิดชอบ อัด!นาทีนี้ไม่มีใครเทียบเท่าพวกคุณแล้ว

    นายณัฐชา​ บุญไชยอินสวัสดิ์​รองโฆษกพรรคอนาคตใหม่กล่าวถึงกรณีที่ นายธนกร วังบุญคงชนะ แสดงความเห็นว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ไม่มีความรับผิดชอบจากการที่ลาออกจากตำแหน่งใน กมธ. งบ 63 โดยนายณัฐชา กล่าวว่า อยากให้นายธนกร กลับไปเปิดไลฟ์สดของนายธนาธร ดูอีกครั้ง และทำความเข้าใจใหม่ ว่าที่นายธนาธรลาออกนั้น มีจุดมุ่งหมายอะไร​จริงๆต้องย้อนถามไปยังกลุ่มผู้มีอำนาจต่างหากว่าพวกคุณไม่อยากให้ธนาธรทำงานในสภามิใช่หรือ ถึงแม้จะเป็นการทำงานในกรรมาธิการงบประมาณเพียงระยะเวลาสั้นๆแต่หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ได้ตั้งคำถามไปยังกองทัพซึ่งขณะนี้ก็ยังคงรอคำตอบว่างบประมาณที่ใช้คุ้มค่าแค่ไหน​ นายธนกรไม่ต้องออกมาแสดงคงามเห็นเรื่องความรับผิดชอบคนอื่นหรอกเรื่องนี้ประชาชนเขารู้กันทั้งประเทศ​ไปบอกสมาชิกพลังประชารัฐที่นังเหยียบเรือสองแคมทั้งกองทัพทั้งการเมือง​รีบเอาคำตอบการใช้งบประมาณมาชี้แจงต่อพี่น้องประชาชนจะดีกว่า

    “อนาคตใหม่” ซุ่มเงียบเตรียมอภิปรายปม “ถวายสัตย์ไม่ครบ” – ฟังยาวไป “ปิยบุตร” จัดหนัก 1 ชั่วโมงเต็ม !

    เมื่อวันที่17 กันยายนผู้สื่อข่าวรายงานพรรคอนาคตใหม่งดการประชุมประจำสัปดาห์ของส.ส. ซึ่งตามปกติในช่วงบ่ายของวันอังคารจะมีเตรียมความพร้อมสำหรับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันพุธ-พฤหัสบดีแต่เนื่องจากวันพุธที่18 กันยายนนี้จะมีการอภิปรายไม่ลงมติตามมาตรา152  กรณีการถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูณ2560  ของพล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีซึ่งพรรคร่วมฝ่ายค้านลงชื่อยื่นอภิปรายจึงมีการงดประชุมเพื่อให้ผู้ที่จะอภิปรายในโควต้าของพรรคได้เตรียมตัวโดยเฉพาะนายปิยบุตรแสงกนกุกลเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่และส.ส.แบบบัญชีรายชื่อซึ่งเตรียมเนื้อหาสำหรับการอภิปรายไว้ถึง  1 ชั่วโมงเต็ม  ผู้สื่อข่าวรายงานว่านอกจากนายปิยบุตรแล้วส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่ที่เตรียมอภิปรายในญัตติเดียวกันนี้อีกได้แก่น.ส.ศิริกัญญาตันสกุล, นายคารมพลพรกลาง, นายรังสิมันต์โรม, นายณัฐชาบุญไชยอินสวัสดิ์และนายณัฐวุฒิบัวประทุมโดยคาดว่านายปิยบุตรจะอภิปรายเป็นคนแรกของพรรคในเวลาประมาณ10.30 น.  ทั้งนี้นายปิยบุตรคือสมาชิกที่ลุกขึ้นหารือในที่ประชุมรัฐสภาในการแถลงนโยบายของรัฐบาลเมื่อวันที่25 ก.ค.ที่ผ่านมาโดยแสดงความเป็นห่วงต่อกรณีการนำคณะรัฐมนตรีถวายสัตย์ปฏิญาณของพล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่16 กรกฎาคมซึ่งเนื้อหาไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญมาตรา161 นั้นจะมีผลต่อสถานะของคณะรัฐมนตรีรวมถึงการแถลงนโยบายในวันดังกล่าวหรือไม่แต่ทว่าก็ไม่มีคำตอบจากที่ประชุมรัฐสภาวันนั้นและแม้มีความพยายามในการที่จะตั้งกระทู้สดถามนายกรัฐมนตรีในสภาผู้แทนราษฎรหลายครั้งแต่ก็ไม่มีการมาตอบทำให้พรรคฝ่ายค้านต้องยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ลงมติตามมาตรา152  

    นอนไม่หลับ “หมออ๋อง” คาใจชาวบ้านเกินครึ่งไม่ได้เงิน ลุกมาไลฟ์กลางดึกปรับทุกข์ชาวบ้าน-ย้ำต้องเปิดประชุมสภาวิสามัญฯโยกงบไร้ประโยชน์มาเติมเงินเยียวยาประชาชน

    เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2563 นายปดิภัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล เปิดเฟซบุคไลฟ์กลางดึก เปิดพื้นที่แลกกันบ่นถึงปัญหาที่แต่ละคนได้เผชิญมาจากกรณีการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยเฉพาะผลกระทบต่อปัญหาปากท้อง จากการที่สถานที่ต่างๆถูกปิดตัวลง การขาดรายได้ และที่สำคัญคือการไม่ได้รับเงินเยียวยา 5 พันบาทจากมาตรการของรัฐ โดยนายปดิภัทธ์ระบุว่าเหตุที่ตนลุกขึ้นมาไลฟ์กลางดึกในวันนี้ก็เพราะว่าตนนอนไม่หลับ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาตนได้ไปลงเยี่ยมชาวบ้านมาหลายพื้นที่ พร้อมการไปแจก...

    ณัฐชา ก้าวไกล ประนามเจ้าหน้าที่รัฐบุกบ้านเด็กอนุบาลโชว์3นิ้ว พร้อมเรียกร้องนายกรัฐมนตรีเลิกเล่นละครตบตาว่าจะรับฟังประชาชน

    วันที่23 สิงหาคม2563 นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึง กรณีที่พลเอกประยุทธิ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำชับผู้นำเหล่าทัพ เฝ้าระวังม๊อบนักเรียนนักศึกษา พร้อมระบุน้ำเชี่ยวอย่าเอาเรือขวาง โดยนายณัฐชา กล่าวว่าสถานการณ์เช่นนี้หากเป็นรัฐบาลสายเลือดประชาธิปไตยที่มาจากประชาชนจริงๆคงไม่มีใครนิ่งดูดาย ต่อสถานการณ์เช่นนี้ได้อย่างแน่นอน แต่สถานการณ์การชุมนุมทุกแห่งหนในประเทศไทยขณะนี้เกิดขึ้นเพราะความไม่จริงใจมองประชาชนเป็นคู่ขัดแย้งของรัฐบาล ตามจับทุกคนที่ร่วมชุมนุมปราศรัยพูดความจริงถึงความไร้น้ำยาของรัฐบาล ผมพูดมาหลายครั้งและของพูดอีกครั้งว่าสถานการณ์ไม่มีทางดีขึ้นตราบใดที่รัฐบาลยังใช้กฎโจร จัดการกับประชาชน การกระทำเช่นนี้ยิ่งเป็นระเบิดเวลาให้รัฐบาลหมดความชอบธรรม และอีกไม่นานจะไม่เหลือเหตุผลใดที่จะครองอำนาจต่อไป ...

    “ชวลิต” เปรียบเปรย “รัฐบาลประยุทธ์” เหมือนมะม่วงที่สุกงอม เพียงลมจากปากประชาชนที่เบื่อ ก็สั่นคลอนจนหลุดจากขั้ว

    นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และ ส.ส.นครพนม ให้ความเห็นว่า การยุบพรรคอนาคตใหม่เป็นผลพวงหนึ่งที่เกิดภายหลังการรัฐประหารและการสืบทอดอำนาจของรัฐบาล   พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่บริหารประเทศต่อเนื่องยาวนานเป็นเวลาถึง  6 ปี ผลจากการรัฐประหารและการสืบทอดอำนาจดังกล่าว เป็นที่ประจักษ์แล้วว่า ประเทศชาติขาดความเชื่อมั่นอย่างรุนแรงโดยมีผลสะเทือนตามมาทั้งทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และการต่างประเทศ โดยเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจ  ปากท้อง  กระทบกระเทือนอย่างทึ่สุด จนมิอาจปฏิเสธได้ เพราะประชาชนเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า ลำพังปัญหาการเมืองที่ไม่มีเสถียรภาพก็หนักหนาอยู่แล้ว เพราะออกแบบมาเพื่อการสืบทอดอำนาจของตนเองและพวกพ้อง  แต่ลืมคิดประเด็นความเชื่อมั่นประเทศซึ่งเป็นผลประโยชน์ของชาติ ซึ่งส่งผลให้รัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปัญหาของประเทศได้ จนทำให้ประชาชนเบื่อหน่ายรัฐบาลที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนได้และปัญหาได้จมลึกลงไปเรื่อย ๆ จนยากจะเยียวยา ยิ่งเกิดกรณีการยุบพรรคอนาคตใหม่ ที่สังคมทั้งไทยและต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรป เห็นว่าขัดกับหลักประชาธิปไตย ยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ภายในประเทศให้เบื่อหน่ายรัฐบาลมากยิ่งขึ้นถึงขั้นสุกงอม เพราะมองไม่เห็นหนทางว่า รัฐบาลจะแก้ไขปัญหาของประเทศได้ มีแต่จะทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง           นายชวลิต ฯ กล่าวในที่สุดว่า ผมเชื่อว่า หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ซึ่งจะมีข้อมูลความล้มเหลวในการบริหารประเทศ ตลอดจนข้อมูลการทุจริต คอรัปชั่น เผยแพร่ต่อสาธารณะอย่างแพร่หลาย เพราะประชาชนมีจิตใจจดจ่อติดตามสถานการณ์ ที่สุกงอมแล้ว สุกงอมอีก อย่างใกล้ชิด    ...

    “นิยม” อัด รัฐมองเกษตรกรเป็นพลเมืองชั้น 2 เยียวยาล่าช้าตั้งเงื่อนไขมากไม่จริงใจช่วย

    นายนิยม ช่างพินิจ ส.ส.พิษณุโลก พรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงการมาตรการจ่ายเงินเยียวยาภาคเกษตรของรัฐบาล ว่าเชื่อว่าการบริหารจัดการเกี่ยวกับการเยียวยาภาคเกษตรจะไม่มีประสิทธิภาพและล่าช้า  ดูเหมือนไม่มีความตั้งใจที่จะช่วยเหลือภาคเกษตรอย่างจริงจัง ให้ความช่วยเหลือแบบขอไปที ไม่กระตือรือร้นและตั้งใจช่วยอย่างเต็มที่ หน่วยงานรัฐมีฐานข้อมูลของเกษตรกรอยู่แล้ว มีการขึ้นทะเยียวยาเกษตรมาหลายรอบ  ดังนั้นรัฐบาลทราบอยู่แล้วว่าใครทำอะไร ทุกสาขาอาชีพรัฐมีหมด แต่กลับตั้งเงื่อนไขในการให้ความช่วยเหลือมากมาย ซึ่งที่ผ่านมาเกษตรกรประสบปัญหาทั้งภัยแล้ง น้ำท่วม ในพื้นที่ทำการเกษตร รัฐบาลมีมาตรการจ่ายชดเชยให้กับเกษตรกรใช้เวลานานกว่า6 เดือน ดำเนินการล่าช้าจนเกษตรกรต้องช่วยเหลือตัวเองก่อน ด้วยการไปกู้หนี้เพื่อมาทำการเกษตรดีกว่านั่งรอเงินจากรัฐบาลที่ไม่รู้ว่าจะได้เมื่อไหร่ นายนิยม กล่าวด้วยว่า การให้ความช่วยเหลือเกษตรกรของรัฐบาลช้ามาก ต่างจากการช่วยเหลือภาคเอกชนที่รัฐบาลทำการอย่างรวดเร็ว  มีการกู้เงินเพื่อมาเยียวยาภาคเอกชนขนาดใหญ่ แต่กับเกษตรกร มีเงื่อนไขมากมายหากไม่ทำก็ไม่มีสิทธิรับเงินเยียวยา ชี้ให้เห็นว่ารัฐมองเกษตรกรเป็นพลเมืองชั้น 2 ของประเทศ  “มาตรการการเยียวยาภาคเกษตรของรัฐ เป็นมาตรการที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์แต่อย่างใด ครอบครัวล่ะ 15,000 บาท แบ่งจ่าย 3 เดือนเดือนล่ะ 5,000 บาท สุดท้ายจะเป็นเบี้ยหัวแตกเพราะการเยียวยาเช่นนี้เกษตรกรไม่สามารถที่จะต่อยอดได้ รัฐควรให้เป็นเงินก้อนและดูความจำเป็นในการใช้เงินของเกษตรกร นอกจากนี้รัฐต้องไม่มั่วข้อมูลกับการเยียวยาประชาชน" นายนิยมกล่าว