วันอังคาร, สิงหาคม 3, 2021
  • Home
  • News
  • ARTICLE
  • VIDEO
  • REVIEW
  • PROJECTS
  • Contact
More

    “คารม” ซัดเด็ก พปชร.ไปอ่านประวัติศาสตร์การเมืองไทยให้มากกว่านี้แล้วค่อยมาแสดงความคิดเห็น​ชี้อย่าแสดงความเห็นเอาใจนายแต่ต้องดูหลักความจริงด้วย

    นายคารม​ พลพรกลาง​ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่กล่าวถึงกรณีที่​ นางสาว​ทิพานัน  ศิริชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐแสดงความคิดเห็นถึงกรณี ฝที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ บรรยายกลไกทำงานเกี่ยวกับลอว์แฟร์ หรือ Lawfare หรือการใช้กระบวนการทางยุติธรรมเป็นเครื่องมือกำจัดศัตรูทางการเมือง โดยนายคารมกล่าวว่าความจริงรองโฆษกพรรคพปชร.อาจมีความรู้ทางการเมืองน้อยไปหน่อยหรือไม่อย่างนั้นก็อาจจะหยิบเอาเฉพาะในส่วนที่ตัวเองได้ประโยชน์มาโจมตี อาจารย์ปิยบุตร   น่าจะหาเวลาศึกษาว่าเวลาทหารยึดอำนาจ  หรือทำรัฐประหารส่วนใหญ่ทหารจะไม่เข้าไปทำอะไรกับศาลไทย แต่หลังปี  2549 ที่อดีตประธานศาลฎีกา  คือคุณชาญชัย  ลิขิตจิตถะ เข้าไปเกี่ยวข้องกับการยึดอำนาจจากนั้นขบวนการตุลาการภิวัฒน์ก็เป็นที่รับรู้ของสังคมไทยมาเป็นลำดับว่าศาลกับการเมืองเกี่ยวข้องกันว่ารองโฆษกพรรค พปชร. อาจไม่ความรู้เรื่องประวัติศาสตร์เหล่านี้ อ.ปิยบุตร  พูดถึงเรื่องลอว์แฟร์ในมิติของหลักการว่าศาลควรจะวิพากวิจารณ์ได้ เพราะศาลมีพวกมีเพื่อนมีชีวิตจิตใจศาลเป็นคนเพราะฉะนั้นการพูดถึงศาลจึงพูดถึงได้โดยเฉพาะนักการเมืองที่ประชาชนเลือกมาเป็นคนใช้อำนาจอธิปไตยเหมือนกับศาล ยิ่งต้องวิพากษ์วิจารณ์ศาลได้เพราะฐานะเท่ากัน  แต่ประเทศๆทยพยายามจะบอกว่าศาลมีฐานะสูงกว่าทุกองค์กร   ศาลมีกฎหมายพิเศษคุ้มครอง  อาจารย์ปิยบุตรทราบดีจึงไม่มีทางจะไปกดดันศาลได้    เท่าที่ฟังเรื่องที่อ.ปิยบุตรพูดก็เป็นการพูดเชิงหลักการที่เป็นสากล เรื่องหลายเรื่องเราเลือกอะไรที่เป็นสากล  แต่พอบางเรื่องเราจะบอกว่านี่ประเทศไทยไปเอาความเป็นสากลมาเทียบไม่ได้​ สรุปง่ายๆคืออะไรดีกับตัวเองจะเอามาใช้ว่างั้น

    ศรีสุวรรณ ถาม ก.คลัง ต้องให้ชาวบ้านกินยาตายเสียก่อนหรือจึงจะได้ 5000

    นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลโดยกระทรวงการคลัง มีนโยบายแจกเงินให้กับผู้ที่ตกงานหรือได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิด-19 จำนวน 5,000 บ/ 3 เดือน ตามโครงการเราไม่ทิ้งกันนั้น แต่ปรากฏว่าระบบการคัดสรรสิทธิ์โดย AI มีความผิดพลาดเกิดขึ้นบ่อยครั้ง เช่น อาชีพแม่ค้า แต่ระบุว่าเป็นเกษตรกรหรือเป็นนักศึกษา เป็นต้น ทำให้ถูกตัดสิทธิ์ตกไปทั้งๆที่เป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิด-19 โดยตรง เป็นไปตามเงื่อนไขที่รัฐบาลหรือกระทรวงการคลังกำหนดทุกประการ แต่กลับมีเล่ห์เพทุลายกำหนดเงื่อนไขใหม่ๆขึ้นมาเสมอๆ เพื่อคัดคนออกให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งขัดกับวัตถุประสงค์ของการช่วยคนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 จึงเป็นเหตุให้มีประชาชนจำนวนมากฆ่าตัวตายเพราะผิดหวัง ถูกเขี่ยทิ้งจากระบบการคัดสรรของกระทรวงการคลัง จนกระทั่งมีหลายคนเดินทางมายื่นหนังสือและประท้วงด้วยการกินยาเบื่อหนูหมายจะฆ่าตัวตายประชดรัฐบาล จนกระทั่งกระทรวงการคลังยอมที่จะจ่ายเงิน 5,000 ให้คนที่ฆ่าตัวตายดังกล่าวอย่างรวดเร็ว ซึ่งหลายคนสงสัยว่าถ้าอยากได้เงิน 5,000 ต้องไปแสร้งฆ่าตัวตายหน้า ก.คลังอย่างนั้นหรือ ? ทั้งนี้ การใช้ระบบ AI มาคัดสิทธิ์ดังกล่าว เชื่อว่าน่าจะมีความผิดพลาดล้มเหลวในจุดใดจุดหนึ่งของระบบ ที่ไม่ยอมเปิดเผยความจริงต่อสาธารณชน และในทางกฎหมายระบบ AI ไม่มีสถานะเป็นบุคคลหรือเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่รัฐตามกฎหมาย เพราะเจ้าหน้าที่รัฐนั้นหมายถึง ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง คณะบุคคล หรือผู้ที่ปฏิบัติงานในหน่วยงานทางปกครอง หรือคณะกรรมการ หรือบุคคลซึ่งมีกฎหมายให้อำนาจในการออกกฎ คำสั่ง หรือมติใดๆ ที่มีผลกระทบต่อบุคคล และบุคคลที่อยู่ในบังคับบัญชาหรือในกำกับดูแลของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐข้างต้น ดังนั้น การทำหน้าที่ของ AI จึงไม่มีสถานะทางกฎหมายรองรับ หากมีผู้เดือดร้อน เสียหาย และไม่ได้รับความเป็นธรรมจากระบบดังกล่าว ไม่สามารถฟ้องร้อง AI ได้โดยตรง หากแต่จะต้องไปฟ้อง ผอ.โครงการฯและรมว.กระทรวงการคลังฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือละเลยการปฏิบัติหน้าที่และเลือกปฏิบัติ ซึ่งจะมีผลให้การคัดเลือกบุคคลให้ได้รับเงิน5,000 ทั้งหมดเป็น “โมฆะ” ตามไปด้วย โครงการเราไม่ทิ้งกันเริ่มต้นโครงการได้รับการตอบรับแซ่ซ้องสรรเสริญรัฐบาลกันอย่างมาก แต่เมื่อปฏิบัติการจริงกลับถูกประชาชนตำหนิกันทั้งแผ่นดิน ซึ่งรัฐบาลไม่ควรนิ่งเฉยกลายเป็นภาพลักษณ์ที่ตกต่ำต่อไปควรสั่งปลด ผอ.โครงการฯ และ รมว.กระทรวงการคลัง ออกไปเสียเพื่อเซ่นไหว้คนที่เสียชีวิตไปก่อนหน้านี้เพราะผิดหวังจากโครงการฯนี้ ซึ่งหากกรณีปัญหาดังกล่าวไม่รีบแก้ไขให้ลุล่วงและเป็นธรรมต่อประชาชนโดยเร็ว ประชาชนผู้เดือดร้อนก็สามารถใช้สิทธิ์ของตนตามที่รัฐธรรมนูญให้การรับรองและคุ้มครองได้ ซึ่งเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของรัฐบาลยิ่งนัก นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด

    อย่ากลัวแสงสว่างจากวัคซีน mRNA จนไม่เห็นคุณค่าของชีวิตคนไทย : คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์

    ในประเทศตะวันตก มีกฎหมายชนิดหนึ่งที่เรียกว่า “Sunshine law” ซึ่งบังคับให้ธุรกิจที่ทำการค้ากับรัฐบาลประเทศใดก็ตามต้องเปิดเผยข้อมูล ทั้งต้นทุน ราคาขาย “ค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขาย” ซึ่งก็คือพวกค่า “คอมมิชชั่น” ด้วย คอมมิชชั่น คือเงินส่วนแบ่งทางการค้า เมื่อการติดต่อทางธุรกิจประสบผลสำเร็จ โดย Sunshine Law มีเกณฑ์กำหนดให้ต้องเปิดเผย ว่าจ่ายเงินดังกล่าวให้กับใคร...

    “การุณ”แนะ “บิ๊กตู่” ปรับคณะรัฐมนตรีต้องคิดถึงประชาชน แก้รัฐธรรมนูญคงเป็นได้แค่ความฝัน

    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 นายการุณ โหสกุล ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้สมาชิกรัฐสภาทุกฝ่ายกำลังทำงานกันอย่างเต็มที่ในการพิจารณาวาระ 2และวาระ 3 ของญัตติการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร.ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน เพื่อมาเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งตนเองเชื่อว่านี่คือทางออกของประเทศ อย่างไรก็ตามการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้จะสำเร็จหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญด้วย หากคำวินิจฉัยออกมาว่าไม่สามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ ฝ่ายนิติบัญญัติคงต้องเริ่มกระบวนการใหม่ โดยต้องดูว่าจะสามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราได้หรือไม่ ...

    “จิรายุ” ชี้ เรื่องภายใน พปชร.เรื่องของลุง แต่ถ้าเอาภาษี ปชช.ไปสร้างมุ้ง ฝ่ายค้านโดดยุ่งแน่

    นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย และประธานคณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระองค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และ กองทุน กล่าวถึง ปัญหาภายในพรรคพลังประชารัฐ ที่มีสมาชิกพรรคส.ส.จำนวนมากเดินเกมส์เปลี่ยน ตำแหน่ง สำคัญในพรรคนั้น ตนถือเป็นเรื่องภายในของ พรรค พปชร.ลุงป้อมลุงตู่จะไหวไม่ไหวก็เรื่องของลุงตนไม่ขอเกี่ยว แต่ควรพึงระลึกเสมอว่าเป็นเงินภาษีของชาวบ้านไม่ใช่เงินส่วนตัวของใครหากนำไปใช้ไม่ถูกต้อง เรื่องภายใน พปชร.ไม่มีใครอยากยุ่ง แต่มี ส.ส.ในพรรค ส่งข้อมูลมาสาวใส้ให้ฝ่ายค้านฟังว่า นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรครัฐมนตรีพลังงาน กำลังสร้างมุ้ง ที่ทำด้วยเงินของประชาชน โดยระบุว่าสส.พปชร จำนวนไม่น้อยถูกเรียกไปเป่ากระหม่อม ให้อยู่ ในโอวาท โดยมีโครงการที่ใช้เงินกองทุนพลังงาน หลักสิบล้านบวกๆ ต่อรายโดยให้ไปทำโครงการมาและนำไปลงพื้นที่ หากเป็นจริงตนในฐานะประธานกรรมาธิการ ตรวจสอบ กองทุนฯจะทำหน้าที่ตรวจสอบการใช้งบประมาณของกองทุน พลังงานที่ ประชาชนโดนเรียกเก็บ จากการซื้อพลังงานทุกประเภทเป็นเงินหลายล้านๆบาท  ฝ่ายค้านจะไม่ปล่อยให้มี”คุณแอบ”เอาไปละเลงเล่นได้  ซึ่งตนขอฝากไปยังบอร์ด20คน ต้องรับผิดชอบหากมีการซิกแซก โดยเฉพาะ เลขาธิการกองทุนฯ หากขยิบตา ไม่กระแอมกระไอปล่อยผ่าน ทำเป็นมองไม่เห็นรับรองได้เลย ประชาชนจะเป็นผู้พิพากษาและฝ่ายค้านจะตรวจสอบอย่างเข้มข้น ซึ่งสัปดาห์นี้ ตนจะทำ การ ซีทีสแกน กองทุนพลังงาน ครั้งใหญ่ จะเรียกเอกสารสถานะเงินกองทุน และ การนำไปใช้จ่ายต่างๆ ในรอบหลายปีมานี้มาตรวจสอบ หากพบสิ่งผิดปรกติ มีไอ้โม่งไป จัดสันปันส่วนรับรอง ฝ่านค้านกัดไม่ปล่อยแน่

    “พิธา” เตรียมนำสมัครสมาชิก “ก้าวไกล” ลั่นสานต่อภารกิจ “อนาคตใหม่” – ด้าน ส.ส. ทำงานต่อ...

    ****"พิธา" นั่งประธาน -เตรียมนำ 55 ส.ส.สมัคร "ก้าวไกล"  เมื่อวันที่ 8 มีนาคม ที่ศูนย์ประสานงาน ส.ส.ฝั่งธนบุรี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่ม ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่ แถลงข่าวการเตรียมเดินทางไปสมัครสมาชิกพรรคใหม่ รวมถึงชี้แจงการทำงานติดตามสถานการณ์และแก้ปัญหาสำคัญ โดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์  ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ กล่าวว่า ตนในฐานะตัวแทน ส.ส. ขอประกาศอย่างเป็นทางการว่า เราจะย้ายไปพรรคใหม่ด้วยกัน นั่นคือ พรรคก้าวไกล ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการติดต่อประสานกัน คาดว่าจะไปสมัครเข้าพรรคได้ในช่วงสัปดาห์หน้า ทั้งนี้ ตนขอยืนยันอีกครั้งว่า ภารกิจของเรา ส.ส.ทั้ง 55 คน คือ สานต่ออุดมการณ์ สารต่อภารกิจพรรคอนาคตใหม่ เรายังยึดมั่นหลักการในอดีตที่เคยทำงานร่วมกันมา ดังนั้น ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจ แม้จะอยู่บ้านหลังใหม่ แต่หัวจิตหัวใจยังเหมือนเดิม เรายังคงยืนอยู่ข้างประชาชน ยืนอยู่ข้างประชาธิไตย ยืนหยัดต่อต้านการสืบทอดอำนาจคณะรัฐประหาร และผลักดันนโยบายที่ก้าวหน้าต่อไป นายพิธา กล่าวด้วยว่า ตอนนี้ที่ประชุม ส.ส. ได้มีมติเลือกตนเป็นประธาน ส.ส. ชั่วคราว และเลือกนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นโฆษกชั่วคราว ทั้งนี้ แม้จะอยู่ในกระบวนการย้ายพรรคใหม่ แต่ปัญหาของประชาชนรอไม่ได้ จำเป็นต้องทำงานต่อทันที จึงมีประเด็นที่เพื่อน ส.ส.จะต้องขับเคลื่อนระหว่างปิดสมัยประชุมสภา ผ่านคณะทำงานต่างๆ อาทิ ปัญหาไวรัสโควิด-19  ปัญหาเรื่องพิษเศรษฐกิจ กรณีแฟลชม็อบของนักเรียนนิสิตนักศึกษา ปัญหาภัยแล้งและกรณีที่สืบเนื่องจากการเสียชีวิตของคุณคณากร เพียรชนะ อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดยะลานอกจากนี้ยังมี กรณีสืบเนื่องจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่มีข้อมูลเตรียมดำเนินการต่อไป ***"หมอเก่ง" อัดมาตรการแก้ "โควิด 19" รัฐบาลล้มเหลว  นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส. บัญชีรายชื่อ กรณีภาวะวิกฤตไวรัสโควิด-19 ว่า มี 3 ประเด็นที่จะพูดถึง คือ 1.ความล่าช้าของมาตการภาครัฐ ซึ่งมักจะช้ากว่าสถานการณ์อย่างน้อย 1 ก้าวเสมอ เช่น กรณีผู้ใช้แรงงานที่เกาหลีใต้เดินทางกลับมาก็ขาดขาดมาตรการกักตัว หรือจำกัดบริเวณที่เป็นรูปธรรม ซึ่งล่าสุดก็เพิ่งมีประกาศออกมา กำหนดให้ผู้เดินทางกลับจากประเทศเสี่่ยง 4 ประเทศคือ จีน เกาหลีใต้ อิหร่าน และอิตาลี ที่รัฐต้องจัดการ แต่ทว่าก็ช้าไปแล้ว มีคนจากลุ่มประเทศเสี่ยงนี้เข้ามาก่อนแล้ว  เช่น ผู้ใช้แรงงานไทยที่กลับมาจากเกาหลีใต้ กว่า 200 คน เป็นต้น จะเห็นว่า นอกจากการนี้ปัญหาไวรัสโควิด -19 ไม่ใช่เป็นหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุขฝ่ายเดียว ต้องมีการบูรณาการร่วมกระทรวงอื่นด้วย ไม่ว่าจะเป็น กระทรวงคมนาคม กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงพาณิชย์ เป็นต้น      "เรื่องที่ 2 การกักตัว ซึ่งขณะนี้ประเทศไทยไม่มีการปิดกั้นเที่ยวบินที่มีความเสี่ยงเลย รัฐบาลให้น้ำหนักแต่เรื่องเศรษฐกิจ เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งเรื่องสาธารณสุขและความมั่นคงสุขภาพอนามัยประชาชน ต้องให้น้ำหนักมากขึ้น ซึ่งข้อเสนอ คือควรเริ่มมีกระบวนการจัดโควต้าวีซ่าให้เที่ยวบินบางประเทศ และหากกลัวกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หรือกระทบเศรษฐกิจ ภาคธุรกิจ ก็ควรใช้มาตรการกักตัวอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ใช่ใช้แต่กับคนไทย และเรื่องที่ 3 การใช้หน้ากากอนามัยและกระจายหน้ากากอนามัยต้องเท่าเทียม ทั่วถึง และเพียงพอ และต้องไม่ปล่อยให้มีการหากำไรจากการขายหน้ากาก" นพ.วาโย กล่าว 

    Must Read

    ไม่ไว้วางใจให้ รบ.ทำงานต่อ! ข้อคิดเห็นของพรรคเพื่อไทย ต่อการแก้วิกฤติการณ์ ของรัฐบาล ในสถานการณ์ปัจจุบัน

    พรรคเพื่อไทยเห็นว่า สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 อยู่ในภาวะวิกฤต ทั้งในมิติของจำนวนผู้ติดเชื้อ อัตราการแพร่เชื้อ อัตราการป่วยหนัก ศักยภาพในระบบสาธารณสุข และความพร้อมของวัคซีนของประเทศไทย จะเห็นได้ว่า เรากำลังเข้าสู่วิกฤตในทุกมิติ ซึ่งเกิดจากการบริหารที่ล้มเหลวของรัฐบาลตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาการล็อคดาวน์ที่เกิดขึ้นจากการบริหารที่ล้มเหลวของรัฐบาลนั้น ถึงแม้เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก แต่ก็จะสร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนอย่างแสนสาหัส ซึ่งเป็นหน้าที่โดยตรงของรัฐบาล ที่จะต้องเยียวยาผู้ได้รับความเดือดร้อนอย่างตรงจุด ตรงกลุ่มเป้าหมาย โดยรัฐบาลยังคงมีวงเงินเหลือจาก พ.ร.ก. กู้เงิน 5 แสนล้านพึงระลึกไว้เสมอว่า...

    ส.ส.เพื่อไทย รวมตัวแถลงยืนยันไม่มีกรณี ส.ส.อีสาน ขอถอด “คุณหญิงสุดารัตน์”ออกจากตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์ แนะให้หยุดพฤติกรรม สำหรับผู้ไม่หวังดี

    นายพงศกร อรรณนพพร แกนนำส.ส. ภาคอีสานพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยส.ส.หลายจังหวัด อาทิ นายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.จังหวัดนครพนม นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ส.ส. ศรีสะเกษ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา นางมุกดา พงษ์สมบัติ ส.ส.ขอนแก่น นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ส.ส. ศรีสะเกษ นางบุญรื่น ศรีธเรศ ส.ส.กาฬสินธุ์นางจุฑาพัฒน์ เมนะสวัสดิ์ ส.ส. อุดรธานี นายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ ส.ส.นครราชสีมา นางสาวสกุณา สาระนันท์ส.ส.สกลนคร  และส.ส. พรรคเพื่อไทย รวมถึงส.ส.เกือบทุกจังหวัดหลายสิบคน แถลงข่าวยืนยันว่า กรณีที่มีกระแสข่าว ต้องการปรับเปลี่ยน ผู้ทำหน้าที่ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย โดยหาบุคคลที่เหมาะสมมาทำหน้าที่แทนคุณหญิงสุดารัตน์นั้นไม่เป็นความจริง  เพราะคุณหญิงสุดารัตน์ ถือเป็นผู้ใหญ่ของพรรคเป็นผู้ที่ช่วยส.ส.หาเสียง ทุกคนรักและเคารพคุณหญิงสุดารัตน์  พร้อมย้ำว่าการรณรงค์เลือกตั้งที่ผ่านมา พรรคก็ได้เสนอชื่อคุณหญิงสุดารัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรีของพรรค  "วันนี้พวกเราทุกคนขอยืนยันและการันตีว่าเป็นข่าวปล่อย สำหรับผู้ไม่หวังดีต่อพรรคเพื่อไทยและที่สำคัญ ส.ส.ทราบดีว่าคือใคร ขอให้หยุดพฤติกรรมโดยเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นจะมีมาตรการในการดำเนินการต่อไป" นายพงศกรกล่าว ด้านนายไพจิต ศรีวรขานรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยยืนยันว่าตลอดชีวิตการเป็นนักการเมือง เห็นคุณหญิงสุดารัตน์ทำงานอย่างเข้มแข็งพร้อมยกตัวอย่างการขึ้นเวทีปราศรัย2เวทีวันนี้ ซึ่งได้ถึงความจริงใจต่อตัวส.ส.และประชาชนดังนั้นคนที่สร้างประเด็นจะไม่ปล่อยให้เกิดปัญหา จึงขอฝากว่า ให้อย่ามีพฤติกรรมดังกล่าว 

    “พิชัย” เตือน รมต. คนนอก ถอนตัวก่อนเสียคนเหมือนสมคิด เพราะจะแก้เศรษฐกิจไม่ได้ ชี้ การชุมนุมจะเพิ่มขึ้นเร่งรัฐบาลนับถอยหลัง แนะ...

    นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว. พลังงาน กล่าวว่า การส่งออกเดือนมิถุนายนมีทิศทางที่จะติดลบหนักอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่การส่งออกเดือนพฤษภาคมติดลบแล้วถึง - 27.9 % ทั้งนี้เพราะการส่งออกรถยนต์ที่เป็นอุตสาหกรรมหลักของไทยในเดือนมิถุนายนลดลงถึง - 48.71% อีกทั้ง การท่องเที่ยวที่แทบไม่มี การลงทุนที่หายไปเกือบหมด บริษัทห้างร้านจำนวนมากที่ต้องปิดตัว มีคนตกงานแล้ว 3.39 ล้านคนและกำลังว่างงานกันถึง...

    หมอเอก ก้าวไกล ชี้ไม่ใช่หน้าที่ภาระท้องถิ่น ปมจัดหาวัคซีนเอง ซัดรัฐต้องจัดวัคซีนฟรีสำหรับทุกคน เเนะใช้กลไกท้องถิ่นกระจายวัคซีน เพื่อความทั่วถึง เท่าเทียมทุกคน

    นายเเพทย์เอกภพ เพียรพิเศษ ส.ส.เชียงราย เขต1 พรรคก้าวไกลกล่าวแสดงความเห็นผ่านเฟสบุคส่วนตัว เกี่ยวกับกรณีการจัดหาวัคซีนเพื่อยับยั้งการระบาดไวรัสโคโรนา 2019 ว่า ตลอดช่วงหลายวันที่ผ่านมา ประเด็น “วัคซีนโควิด” เป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ที่พูดคุยกันของทุกคนเพราะในหลายประเทศได้ให้การรับรองและเริ่มกระจายฉีดให้กับประชาชนของตนเองแล้ว เพื่อหวังที่จะยับยั้งการระบาดของโคโรน่าไวรัส 2019 ให้เราสามารถกลับไปใช้ชีวิตปกติแบบที่เคยเป็นกันมา เพื่อให้เศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัวโดยเร็วที่สุด ดังนั้น “การบริหารจัดการวัคซีนแบบมีประสิทธิภาพ” จึงเป็นปัจจัยสำคัญ ในวันที่ทั่วโลกมีความต้องการวัคซีนพร้อมๆ กันและมีการเร่งผลิตวัคซีนออกมาให้เพียงพอต่อความต้องการของประชากรโลก โดยวัคซีนที่ผลิตออกมามีหลายเทคโนโลยีที่ใช้ผลิต...

    “พิชัย” เสนอ 12 ข้อ หวั่นเศรษฐกิจไทยทรุดยาวเป็น พม่า 2

    รับชมคลิปhttps://m.youtube.com/watch?v=1WTZkgLf4Es&feature=youtu.be

    “หมวดเจี๊ยบ” อัดรัฐบาลบิดเบือน ปวศ.ขโมยผลงาน 30 บาท “ทักษิณ”

    ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า น่าสังเกตว่าขณะนี้รัฐบาลใช้ความพยายามหนักมากในการเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ว่า อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ไม่ใช่บุคคลสำคัญที่ริเริ่มดำเนินโครงการ 30 บาท รักษาทุกโรค จนเกิดขึ้นได้จริงและประสบความสําเร็จจนได้รับการยกย่องบนเวทีโลก โดยรัฐบาลพยายามส่งคนมาพูดทั้งใต้ดินบนดินว่า เจ้าของไอเดีย คือ นายแพทย์ สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ ราวกับจะบอกว่า อย่าไปให้ความสำคัญกับ...

    ‘ธีรัจชัย’ ซักไม่ยั้ง ผบ.เรือนจำกรุงเทพ กรณี อายัดตัว ‘ไมค์-รุ้ง-เพนกวิ้น’ ด้าน ผบ.ตร.และ ผบช.น. แค่ส่งตัวแทนแจง

    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2563 ที่อาคารรัฐสภา คณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ได้เชิญผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เข้าชี้แจงกรณีที่ตำรวจใช้อำนาจกฎหมายอาญามาตรา 116 จับกุมตัวแกนนำคณะราษฎร 2563 รวมทั้งกรณีที่มีการใช้กำลังอายัดตัวนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยอง และนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิ้น ในวันที่ 30...

    กมธ.พัฒนาการเมือง ฯ ระดมความคิดเปิดพื้นที่สื่อกลางกองทุนพัฒนาสื่อสร้างสรรค์ แนะมุ่งเน้นพัฒนาผลิตสื่อเพื่อความโปร่งใสต่อประชาชน ไร้ข้อครหาเครื่องมือทางการเมือง

    เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2564 คณะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชนและการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร  ที่มี นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ประธานคณะกรรมาธิการ ฯ  เปิดพื้นที่เป็นสื่อกลางทำความเข้าใจระหว่างกองทุนพัฒนาสื่อสร้างสรรค์และPNRU New Freedom ซึ่งแจ้งความจำนงค์เพื่อขอให้กรรมาธิการเรียกกองทุนสื่อสร้างสรรค์เข้ามาชี้แจงหลักเกณฑ์การให้ทุนเพื่อผลิตสื่อเพื่อความโปรงใสต่อพี่น้องประชาชนที่มีความประสงค์จะเข้าถึงกองทุนนี้   โดย ดร.ธนกร ศรีสุกใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์กล่าวว่า กองทุนมีอิสระในการพิจารณางบประมาณแก่ผู้ยื่นขอ ดังนั้นยืนยันว่าไม่ว่าฝ่ายใดก็สามารถยื่นขอการสนับสนุนจากกองทุนในการผลิตสื่อได้อย่างเท่าเทียม ที่ผ่านมากองทุนถูกครหามาโดยตลอดว่าเป็นเครื่องมือของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเพื่อสร้างการสื่อสารทางการเมือง โดยผู้จัดการกองทุนยืนยันว่าไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดเรายินดีที่จะสนับสนุน อีกทั้งในปีงบประมาณหน้าจะมีการจัดการทุนเพื่อให้ความรู้แก่เยาวชน  ด้านตัวแทนกลุ่ม PNRU New Freedom ขอให้ทางกองทุนเปิดเผยหลักเกณฑ์การขอทุนในแต่ละโครงการเพื่อความโปร่งใสต่อสาธารณะ ซึ่งทางตัวแทนกองทุนรับข้อเสนอดังกล่าวพร้อมจะทำข้อมูลการให้ทุนของแต่ละโครงการเปิดเผยต่อสาธารณะต่อไป

    ‘ศิริกัญญา’ ชวนจับตา ครม. ลักหลับออก พ.ร.ก. กู้เงินเพิ่ม 7 แสนล้านบาท ส่องกองทัพย่องของบแบบลับๆ อ้างช่วยโควิด

    ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า สิ่งที่อยากให้ประชาชนช่วยกันจับตาให้ดีคือ การประชุมคณะรัฐมนตรี ซึ่งกระทรวงการคลังได้ขออนุมัติ พ.ร.ก. เงินกู้เพิ่มเติมอีก 700,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นการกู้เงินเพิ่มเติมจากวงเงินกู้เดิมตาม พ.ร.ก. 1 ล้านล้านบาท ที่ได้มีการอนุมัติงบประมาณไปเกือบเต็มวงเงินแล้ว โดย ร่าง พ.ร.ก. กู้เงิน ดังกล่าวเป็นเอกสารแค่...

    โฆษกเพื่อไทย ถามประยุทธ์ มาจากการเลือกตั้งอย่างไร ต่างชาติประเมินไทยประชาธิปไตยลดฮวบ นักลงทุนต่างชาติถอนลงทุนเพียบกว่า 4 หมื่นล้าน

    นางสาวอรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีที่สถาบันวิจัย Economist Intelligence Unit (EIU) เผยแพร่ดัชนีประชาธิปไตยประจำปี 2563 ประเทศไทยอยู่อันดับที่ 73 ของโลก ลดต่ำลง 5 อันดับจากปี 2562 จาก 167 ประเทศ  ประเทศไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศประชาธิปไตยแบบไม่สมบูรณ์ แม้จะจัดให้มีการเลือกตั้งตั้งแต่ปี 2562 แล้ว  สะท้อนให้เห็นว่าพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยิ่งบริหารประเทศนานเท่าไหร่ ประเทศยิ่งเสื่อมถอย ความเชื่อมั่นและความน่าเชื่อถือในสายตาประชาคมโลกยิ่งลดน้อยถอยลงมากขึ้นเท่านั้น การที่ประเทศไทยมีรัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตยไม่สมบูรณ์ ยิ่งทำให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนในไทยน้อยลงมากขึ้น ยืนยันได้จากมูลค่าการขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) ผ่านคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ( BOI) ในช่วง 9 เดือนแรกของปีที่2563 ติดลบถึงร้อยละ 29 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เม็ดเงินที่ควรจะมาขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศหายไปกว่า 47,000 ล้านบาท นางสาวอรุณี กล่าวต่อว่า ปัญหาของประเทศในขณะนี้คือการที่ผู้นำประเทศปล่อยให้ระบบอุปถัมภ์แบบรัฐราชการเติบโตขึ้นสวนทางกับความกินดีอยู่ดีของประชาชน  เช่นเดียวกับการมีกฎระเบียบที่ซับซ้อน ล่าช้า เอื้อประโยชน์กลุ่มทุนใหญ่ จนทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยที่สายป่านสั้นล้มหายตายจากไปจากระบบเศรษฐกิจไทย  ประเทศไทยจากที่เคยเป็นหนึ่งในผู้นำทางเศรษฐกิจในอาเซียน กลับกลายมาเป็นผู้ตามที่ก้าวไม่ทันเวียดนามทุกด้าน  "อยากฝากถึงพลเอกประยุทธ์ ก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะมาถึง สิ่งที่สถาบันต่างชาติหลายสถาบันประเมินรัฐบาล สะท้อนว่ารัฐบาลพลเอกประยุทธ์ ได้รับความไว้วางใจมากน้อยแค่ไหนในสายตาประชาคมโลก" นางสาวอรุณีกล่าว 

    “ชวลิต” ชี้ปัจจุบันชาวนาเป็น “กระดูกสันหลังผุ ๆ” ยากจะแปรวิกฤตให้เป็นโอกาส หากไม่เยียวยาให้เหมาะสม

    นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส. นครพนม พรรคเพื่อไทย ให้ความเห็นว่า วิกฤตไวรัสโควิต - 19 ระบาดทั่วโลกครั้งนี้ ส่งผลกระทบมากมายหลายด้าน และหนึ่งในผลกระทบที่คาดว่าโลกจะขาดแคลน คือ "อาหาร" จะเกิดยุค ข้าวยาก หมากแพงตามมาอย่างแน่นอน ประเทศไทยเป็นเมืองเกษตรเกษตรกรผลิตอาหารป้อนคนไทย และชาวโลกมาช้านาน วิกฤตเศรษฐกิจ ปี 2540 ภาคเกษตรช่วยพยุงชนบท พยุงเมือง และประเทศไทยให้รอดพ้นวิกฤตมาได้อย่างน่าชื่นชม แม้เกษตรกรจะได้รับการยกย่องเสมอมาว่าเป็น "กระดูกสันหลังของชาติ" แต่ในข้อเท็จจริงสภาพของเกษตรกรไทยปัจจุบัน เปรียบเสมือน "กระดูกสันหลังผุ ๆ" นับวันโรยรา ผุกร่อน ไปตามกาลเวลาที่ผ่านไป ๆ  หากไม่มีการเมืองที่เข้มแข็งในนโยบาย ให้ความสำคัญกับเกษตรกรอย่างแท้จริงมาอุ้มชูในด้านนโยบาย ก็ยากอย่างยิ่งที่จะแปรวิกฤตให้เป็นโอกาสตามที่หลายฝ่ายตั้งความหวังไว้ เห็นได้จากจุดเปลี่ยนสำคัญที่ผ่านมาที่ทำให้เกษตรกร โดยเฉพาะชาวนาอ่อนแอลง ๆ  คือ การมุ่งทำลายล้างโครงการจำนำข้าวและผู้ดำเนินนโยบาย แม้กระทำสำเร็จ แต่ในอีกด้านหนึ่งเท่ากับ "ฆ่าชาวนา" เพราะไม่มีนโยบายที่เหมาะสมมาทดแทน ชาวนาจึงลำบากยากเข็ญ

    วิโรจน์ ก้าวไกล ถาม พรรคภูมิใจไทยเคยทำอะไรที่สัญญาไว้กับประชาชนบ้าง

    วิโรจน์ ลักขณาอดิศร โฆษกพรรคก้าวไกล ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี ที่พรรคภูมิใจไทยวอล์คเอ๊าท์การลงมติร่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระที่ 3 ว่า "จริงๆไม่ได้อยากให้ความเห็น ในกรณีนี้เนื่องจากเป็นเรื่องที่ประชาชนจะต้องประเมินการกระทำในวันนี้ของพรรคภูมิใจไทยเทียบกับคำมั่นสัญญาที่พรรคการเมืองพรรคนี้เคยให้ไว้กับประชาชนเอง พร้อมกับต้องเอาการขอโทษและการผิดสัญญา ที่ผ่านๆ มานี้มาประเมินร่วมด้วย" แต่เนื่องจากมีการพาดพิงถึงการตัดสินใจที่เคารพคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนของพรรคก้าวไกล จึงมีความจำเป็นต้องออกความเห็นเพื่อให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจว่า "พรรคไหนเป็นพรรคที่ยึดมั่นกับคำมั่นที่ได้ลั่นวาจาเอาไว้กับประชาชน และควรจะเป็นที่ฝากความหวังของประชาชนต่อไปได้"