วันจันทร์, ตุลาคม 25, 2021
  • Home
  • News
  • ARTICLE
  • VIDEO
  • REVIEW
  • PROJECTS
  • Contact
More

    โฆษกเพื่อไทย ถามหาระบบ Big data งบ 4,000 ล้านหายไปไหน เหตุใดยังขาดการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกระทรวง จนเกิดการเรียกคืนเบี้ยยังชีพคนชราทั่วประเทศ ซ้ำเติมประชาชนที่กำลังลำบาก

    นางสาวอรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีกรมบัญชีกลางเรียกคืนเบี้ยยังชีพผู้สูงจากยายวัย 89 ปี ย้อนหลัง 10 ปี รวมเป็นเงินกว่า 84,000 บาท โดยอ้างว่าซ้ำซ้อนกับสิทธิ์การรับเงินบำนาญพิเศษและยังมีอีกหลายกรณีที่มีลักษณะเดียวกันอีกจำนวนมาก บางรายลูกหลานไม่มีเงินใช้ให้  จะขอติดคุกชดใช้แทน ถือเป็นภาพสะท้อนปัญหาการบริหารของรัฐบาลที่ปล่อยให้กลไกรัฐดำเนินการโดยการผลักภาระไปให้ชาวบ้าน แทนที่จะแก้ที่ต้นตอของปัญหาโดยเฉพาะโครงสร้างระบบราชการใหญ่โตแต่ไร้ประสิทธิภาพ ขาดการทำงานบูรณาการและขาดการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ซึ่งเป็นหน่วยงานจ่ายเบี้ยคนชรา  และกระทรวงการคลังรวมถึงกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานจ่ายเงินบำนาญ  ทั้งที่ในปีที่ผ่านมารัฐบาลได้พัฒนาระบบคลาวด์กลางภาครัฐ (Government Data Center and Cloud Services : GDCC) วงเงินรวม 4,073...

    วัดพระธรรมกายมอบเครื่องอุปโภค บริโภค-รับเกียรติบัตร ในฐานะองค์กรสนับสนุนศูนย์ควบคุมและป้องกันโควิค-19 มจร.

    วันพุธที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 ที่ศูนย์ควบคุมและป้องกันการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จัดพิธีมอบเครื่องอุปโภค บริโภค ปัจจัยถวายพระภิกษุสามเณร และประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ณ อาคารสำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมีพระเดชพระคุณพระราชปริยัติกวี ศ.ดร.อธิการบดี เป็นประธานในพิธี

    “เพื่อไทย” จี้ “ประยุทธ์” ขยายระยะเวลาคุ้มครองเงินฝากธนาคาร สร้างความมั่นใจ ชี้ 9 เหตุผลเศรษฐกิจไทยอยู่ในภาวะเสี่ยง คนอาจแห่ถอนเงิน แนะ...

    นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ส.ส. เลย คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามกำหนดการวันที่ 11 สิงหาคมนี้ ที่จะมีการลดคุ้มครองเงินฝากเหลือ 1 ล้านบาทนั้น อยากให้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รมว. กลาโหม และ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ได้เลื่อนการลดการคุ้มครองเงินฝากนี้ไปก่อน เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจของไทยในปัจจุบันอยู่ในสภาวะที่ย่ำแย่...

    อนุสรณ์ แนะ รัฐ เยียวยาโควิด-19 ครอบคลุม ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

    นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงมาตรการจ่ายเงินเยียวยาให้กับผู้ที่เดือดร้อนจากปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อาจไม่ทั่วถึงประชาชนทุกกลุ่ม ว่า การช่วยเหลือเยียวยาของรัฐบาลออกมาล่าช้า ไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือประชาชนผู้ได้รับผลกระทบอย่างทันท่วงที มาตรการที่ออกมามีลักษณะเยียวยาประชาชนแบบการตลาดนำการเมือง พยายามสื่อสารให้เห็นว่ามีคนจำนวนมากต้องการเข้าถึงการช่วยเหลือจากรัฐบาล ทุกอย่างต้องเริ่มต้นที่การลงทะเบียน กรอกข้อมูล จนไม่รู้ว่า ระหว่างเทคนิคการกรอกข้อมูลให้ AI อนุมัติ กับความเดือดร้อนจริงของประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 อันไหนจะเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ได้รับการอนุมัติเงินเยียวยา 5,000 บาทมากกว่ากัน ขนาดเน็ตฟรี ยังต้องกรอกหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน...

    ศรีสุวรรณ จ่อนำหลักฐานยื่น กกต.ยืนยันธนาธรปล่อยกู้อนาคตใหม่ 191 ล้าน

    นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สส.) หลังจากที่เข้าดำรงตำแหน่งในวันที่ 20 ก.ย.62 ที่ผ่านมานั้น สมาคมฯได้เข้าไปตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ สส. แต่ละคนพบว่าในส่วนของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจสส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ได้แจ้งว่าได้ให้กู้ยืมเงินแก่พรรคอนาคตใหม่ 2 สัญญา คือ สัญญาที่ 1 เมื่อวันที่ 2 ม.ค.2562 จำนวน 161,200,000 บาท และสัญญาที่ 2 เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2562 จำนวน 30,000,000 บาทรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 191,200,000 บาท ซึ่งขัดแย้งกับข้อมูลที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ไปบรรยายที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย หรือ เอฟซีซีที (FCCT) ในหัวข้อ อะไรคืออนาคตของพรรคอนาคตใหม่ (What is the future of Future Forward?) เมื่อวันพุธที่ 15 พฤษภาคม 2562 ในการบรรยายตอนหนึ่งนายธนาธรได้กล่าวถึง การบริหารการเงินของพรรคอนาคตใหม่ว่า เพื่อให้พรรคสามารถเดินหน้าในช่วงการเลือกตั้งได้ ปัจจุบันตนจึงให้เงินทางพรรคยืมไปแล้วน่าจะประมาณ 105 หรือ 110 ล้านบาท รวมทั้งไม่ตรงกับคำพูดของคุณพรรณิการ์ วาณิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ที่พูดในรายการ“ฟังหูไว้หู”เมื่อวันที่ 19 มี.ค. 2562 ทางช่อง 9 MCOT HD โดยระบุว่า พรรคอนาคตใหม่ทำสัญญากู้ยืมประมาณ 250 ล้านบาท พร้อมคิดดอกเบี้ย นิติกรรมดังกล่าว ตาม พรป.พรรคการเมือง 2560 ม.62 ไม่ได้ถูกบัญญัติไว้ให้ทำได้ ซึ่งสมาคมฯได้นำความไปร้องเรียนต่อ กกต.ไว้แล้วเมื่อ 21 พ.ค.2562 ที่ผ่านมา และ กกต.ได้เรียกสมาคมฯไปไต่สวนเพิ่มเติมแล้ว แต่เนื่องจากพยานหลักฐานที่เป็นข้อเท็จจริงจากการแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช.ของคุณธนาธร เป็นหลักฐานผูกมันตามข้อเท็จจริงโดยปริยาย  ดังนั้น สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงจะนำความพร้อมพยานหลักฐานไปยื่นเพิ่มเติมให้กับ กกต.เพื่อดำเนินการไต่สวน สอบสวน และเอาผิดนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ตาม ม.66 วรรคสองประกอบ ม.125 ซึ่งอาจต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท  และให้ศาลสั่งเพิกถอน สิทธิเลือกตั้งของหัวหน้าพรรคการเมืองและกรรมการบริหารพรรคการเมืองมีกําหนด 5 ปี  และให้เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด ส่วนที่เกินกว่า 10 ล้านที่กําหนดไว้ตามมาตรา 66 ให้ตกเป็นของกองทุนได้

    ก้าวไกล ถามหาความชัดเจนแก้ ม.272 ตัดอำนาจ ส.วเลือกนายกฯ ด้าน เพื่อไทย เผย ขอคุยภายในก่อน รับปากวันนี้มีคำตอบ

    วันที่25 สิงหาคม 2563 นายรังสิมันต์ โรม  ส.ส.พรรคก้าวไกลเปิดเผยว่า วันนี้มีการประชุมวิปพรรคร่วมฝ่ายค้าน มีการหารือถึงประเด็นที่พรรคเพื่อไทยยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๕๒ ซึ่งเมื่อวานนี้ได้ให้สัมภาษณ์ต่อประเด็นนี้ว่าการยื่นอภิปรายทั่วไปในเวลานี้ไม่เหมาะสม เนื่องจากเป็นโอกาสที่ฝ่ายรัฐบาลจะใช้การอภิปรายทั่วไปเพื่อฟอกตัวเอง การอภิปรายทั่วไปในตอนนี้จึงเท่ากับเป็นการช่วยเหลือฝ่ายรัฐบาล ที่กำลังถูกกดดันอย่างหนักจากผู้ชุมนุมทั่วประเทศ ดังนั้นถ้าจะมีการยื่นอภิปรายอะไร ควรยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจจะเป็นการสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันที่ผู้ชุมนุมไม่พอใจรัฐบาลมากกว่าการยื่นอภิปรายทั่วไปที่ไม่มีการลงมติใดๆ ในที่ประชุมวิปฝ่ายค้านทางพรรคเพื่อไทยได้อธิบายเหตุผลดังกล่าวว่า การยื่นอภิปรายของพรรคเพื่อไทยมีความเหมาะสมต่อสถานการณ์แล้ว เพราะหากไม่มีการยื่นอภิปรายทั่วไปในครั้งนี้ก็จะไม่มีโอกาสยื่นอีกได้แล้ว เนื่องจากในสมัยประชุมหน้าจะมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งเพื่อไทยมองว่าการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจในสมัยประชุมหน้าจะทำให้พรรคร่วมฝ่ายค้านมีข้อมูลต่างๆที่พร้อมมากกว่า อย่างไรก็ดี ทางพรรคเพื่อไทยไม่ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมว่าเพราะเหตุใดการยื่นอภิปรายทั่วไปจึงไม่ได้มีการแจ้งให้พรรคร่วมฝ่ายค้านพรรคอื่นทราบแต่ประการใด นอกจากประเด็นเรื่องการอภิปรายทั่วไปแล้ว พรรคก้าวไกลยังได้ขอความชัดเจนจากพรรคเพื่อไทยต่อการยื่นญัตติแก้รัฐธรรมนูญเพื่อยกเลิกอำนาจในการเลือกนายกรัฐมนตรีของวุฒิสภาตามมาตรา ๒๗๒ ว่าทางพรรคเพื่อไทยจะมีจุดยืนเรื่องนี้อย่างไร เพราะทางพรรคก้าวไกลได้พูดคุยเรื่องนี้กับพรรคเพื่อไทยหลายครั้ง และก็ได้ร่วมกันพัฒนาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๗๒ ร่วมกันมา เวลาผ่านมาเนิ่นนานก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าพรรคเพื่อไทยจะแก้รัฐธรรมนูญในเรื่องนี้หรือไม่  ทางพรรคเพื่อไทยชี้แจงในประเด็นดังกล่าวว่า การจะแก้รัฐธรรมนูญในมาตรานี้ ทางพรรคเพื่อไทยมีความจำเป็นที่จะต้องขอหารือกันภายในพรรค ซึ่งจะมีข้อสรุปภายในวันนี้ว่า พรรคเพื่อไทยจะยื่นแก้รัฐธรรมนูญตามที่พรรคก้าวไกลยื่นเสนอมาหรือไม่

    Must Read

    “สมคิด”อัด ส.ว.ลากตั้งเห็นแก่ตัวขวางแก้รัฐธรรมนูญ ย้ำ”เพื่อไทย”เคารพ“ก้าวไกล”ยันพรรคร่วมฝ่ายค้านไม่ขัดแย้งกัน

    นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านหรือ วิปฝ่ายค้าน เปิดเผยว่า กรณีที่พรรคร่วมฝ่ายค้าน เสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้มติดังกล่าวเป็นมติของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ไม่ใช่เฉพาะพรรคเพื่อไทย แม้ภายหลังพรรคก้าวไกลมีมติถอนชื่อออกไป ก็ไม่ใช่ปัญหา ทางพรรคร่วมฝ่ายค้านเคารพในมติของพรรคเพื่อก้าวไกล  การเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 เป็นเสมือนการเปิดประตูบ้านไว้ก่อน เพื่อที่จะให้มีการพิจารณา แก้ไขรัฐธรรมนูญว่าจะเอาอย่างไร  หลังจากนั้นจึงไปเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ  ที่จะมีการเลือกตั้งกันมา  เป็นการเปิดกว้างเอาไว้  เพื่อให้เดินไปตามแนวทางที่ทุกฝ่ายรับได้   นายสมคิด กล่าวด้วยว่า กรณีที่พรรคก้าวไกล  จะเสนอแก้ไขมาตรา 272 ทางพรรคเพื่อไทยไม่มีปัญหา  แต่ไปร่วมไม่ได้เพราะพรรคเพื่อไทยมีมติไปแล้ว  จะกลับมติพรรคตัวเองไม่ได้ ไม่ได้ขัดขวางในการเสนอ ของพรรคก้าวไกลแต่อย่างไร  ยืนยันว่าการเสนอญัตติของทั้งสองพรรคไม่มีความขัดแย้งกันแต่อย่างใด “กรณีที่สมาชิกวุฒิสภาหรือ ส.ว. ไม่เห็นด้วยในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ  ไม่แปลกใจ กับการทำตัวเป็นจระเข้ขวางคลองไม่เกินความคาดหมาย เพราะหวงอำนาจ  อยากเตือนว่าส.ว.ต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลง ต้องปรับตัว  ส.ว.บางส่วนที่มาจากการลากตั้ง ส่วนใหญ่อยู่มานานเกิน 10 ปี  ไม่ยอมที่จะถอยออกมา ขออย่าเห็นแก่ตัวสังคมเปลี่ยนแล้ว  ส.ว. หลายคนเสวยสุขมานานแล้วหากอยากเป็นอีกต้องยอมรับกติกาและดีจริง ก็เชื่อว่าประชาชน จะเลือกกลับมาเป็นส.ว.ได้อีกแน่นอน”นายสมคิด กล่าว

    นพดล ห่วงการปฏิรูปการศึกษายังไม่คืบหน้ามากนัก อาจทำเด็กไทยและประเทศเสียโอกาส

    นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว. ต่างประเทศ ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายและวิชาการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าในรอบหลายปีที่ผ่านมา ผลสำเร็จของการปฏิรูปการศึกษายังไม่เกิดขึ้นอย่างน่าพอใจ ที่พอจะเห็นชัดมี 2 เรื่องคือการผ่านกฎหมายการศึกษาปฐมวัย และการจัดตั้งกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา แต่นอกนั้นแล้วผลสัมฤทธิ์ในเรื่องใหญ่ๆ ยังไม่ชัดโดยเฉพาะเรื่องการยกระดับคุณภาพการศึกษา ซึ่งเห็นได้จากการวัดผลจากคะแนนโอเน็ต การทดสอบนานาชาติทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และการอ่านที่เรียกว่า pisa คะแนนและอันดับของไทยก็ลดลงและล่าสุดการทดสอบความสามารถทางภาษาอังกฤษของไทยในปี 2563 ประเทศไทยอยู่ลำดับ 89 จาก 100 ประเทศตกลง 15 ลำดับจากปี 2562 ที่อยู่ลำดับที่ 74 และแทบรั้งท้ายในอาเซียน  ดังนั้น ถ้าดูจากผลทดสอบข้างต้น ประกอบกับคุณภาพการเรียนการสอน หลักสูตร การสร้างให้คนไทยมีทักษะศตวรรษที่ 21 เด็กสามารถคิด วิเคราะห์ หรือ critical thinking ได้ และความจำเป็นที่ต้องเน้นด้านวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์ คอมพิวเตอร์ เพื่อให้มีทุนมนุษย์สำหรับการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อให้ประเทศแข่งขันได้ จะเห็นว่า ผู้รับผิดชอบระดับนโยบายทางด้านการศึกษายังมีงานเยอะมากที่ต้องทำ แต่ตนคงไม่คาดหวังอะไรมาก เพราะพอจะประเมินได้จากการดำเนินการที่ผ่านมา แต่ก็ขอเอาใจช่วยให้สำเร็จในเรื่องใหญ่ๆมากกว่านี้ กำหนดทิศทางให้ชัด จัดลำดับปัญหาให้ดีว่าควรทำอะไรก่อนหลัง ระดมความร่วมมือจากทุกภาคส่วนให้ได้ ที่สำคัญมีความสามารถต้องเอาออกมาใช้ ใช้ความพยายามเพิ่มเป็นสองหรือสามเท่า เนื่องจากประเทศต้องการพัฒนาทุนมนุษย์เป็นการด่วนเริ่มจากการยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างก้าวกระโดด "พรรคเพื่อไทยยกเรื่องการพัฒนาทุนมนุษย์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันของประเทศเป็นวาระแห่งชาติและเตรียมนโยบายและแนวทางไว้แล้วเพื่อเสนอต่อพี่น้องประชาชนในโอกาสต่อไป"

    “ชลน่าน” แนะทางออกประเทศ นายกฯ อย่าดื้ออย่าดันทุรังต้องฟังประชาชน

    นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว สส.จ.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่าภายใต้สถานการณ์การชุมนุมเรียกร้องของ เยาวชนปลดแอก และ สหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษา ที่เริ่มตั้งแต่ 18 ก.ค 63 ที่ลานอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เป็นต้นมา และเริ่มแผ่ขยายวงกว้างออกไปแทบทุกจังหวัด รัฐบาลอย่าได้ประมาท ประเมินสถานการณ์ต่ำเตี้ย และใช้มาตรการคุกคามระงับยับยั้งขัดขวางการชุมนุม จะเป็นเหตุให้ลุกลามขยายวงกว้างจนยากจะควบคุมดูแล นายกรัฐมนตรีควรใช้ภาวะผู้นำกล้าตัดสินใจ หาทางออกให้ประเทศ ดังนี้  1.นายกรัฐมนตรี  ครม. ผบ.เหล่าทัพ ผบ.ตร.หน่วยงานความมั่นคง ที่เกี่ยวข้อง เปิดเวที รับฟังข้อเสนอ เยาวชนสนท.และประชาชนผู้เรียกร้อง โดยตรง 2.เจรจาทำสัญญาประชาคมเพื่อนำข้อเรียกร้องสู่การปฏิบัติที่ทุกฝ่ายยอมรับได้  3. หยุดคุกคามผู้ชุมนุม ผู้เห็นต่างทางการเมือง คุ้มครองสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญและ กฎหมาย 4. แก้ไข รัฐธรรมนูญ ให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน เฉพาะมาตราที่เกี่ยวกับ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ กำหนดให้มี สสร.ยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ แก้ระบบการเลือกตั้ง  บทเฉพาะกาลที่ไม่เป็นประชาธิปไตย   5.กำหนดเวลายุบสภา หลังจากแก้ รธน.เสร็จ 3 เดือน

    “ทัศนีย์” แนะ“บิ๊กตู่”ลดวาทกรรมสร้างความขัดแย้ง ชี้แก้รัฐธรรมนูญเพื่อหวังประเทศเดินหน้าแก้ปัญหาประชาชน

    นางสาว ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า กรณีที่หลายฝ่ายเห็นด้วยกับการเสนอให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ  เพราะที่มาของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ยึดโยงกับประชาชนและเป็นรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตยมากที่สุด ตั้งแต่เริ่มทำประชามติที่ไม่เปิดโอกาสให้ประชาชน วิพากษ์วิจารณ์รัฐธรรมนูญ ใครแสดงความเห็นต่างจากู้มีอำนาจหรือ ต่อต้านถูกฝ่ายรัฐเอากฎหมายเล่นงานจับติดคุก ซึ่งฝ่ายผู้มีอำนาจใช้กฎหมายสร้างความหวาดกลัวในหมู่ประชาชน  ผลพวงที่เกิดมาจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก่อปัญหาให้ประเทศหนักมาก เพราะรัฐธรรมนูญเอื้อประโยชน์ให้ผู้มีอำนาจในขณะนั้น ประเทศติดกับดักการพัฒนาก็มาจากรัฐธรรมนูญ  นอกจากนี้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ส่งผลกระทบกับทำงานของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพราะไม่สามารถช่วยเหลือประชาชนได้ ตัดนักการเมืองออกจากประชาชน ช่วยเหลือประชานไม่ได้ ถ้าเป็นนักการเมืองแล้วช่วยเหลือประชาชนไม่ได้ จะมาเป็นนักการเมืองทำไม   นางสาว ทัศนีย์ กล่าวด้วยว่า กรณีที่ฝ่ายความมั่นคงส่งเจ้าหน้าที่ไปข่มขู่คุกคามนิสิต นักศึกษาและประชาชน ไปจนถึงสร้างความหวาดกลัวให้กับครอบครัวของแกนนำนักศึกษา ถือเป็นเรื่องที่รัฐบาลโดยเฉพาะฝ่ายความมั่นคง ไม่ควรทำ หากต้องการที่จะแก้ปัญหา รัฐบาลโดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ควรที่จะแสดงท่าทีและความจริงใจที่จะรับฟังข้อเสนอของนักศึกษาและประชาชน ไม่ควรแสดงท่าทีแข็งกร้าวใส่ประชาชน จะยิ่งเป็นการขยายความขัดแย้งมากขึ้น  “ปัญหาที่เกิดขึ้นรัฐบาลเลือกได้ว่าจะให้จบหรือจะสุมไฟให้โหมแรงขึ้น ดังนั้นการแก้ไขคือการจับเข้าคุยกับนักศึกษาเพื่อลดทอนความขัดแย้งลง พลเอกประยุทธ์ต้องยอมลดทิฏฐิลงบ้างเพื่อดับไฟความขัดแย้งที่กำลังลุกโชน ไม่ควรเร่งโหมไฟจากวาทกรรมของผู้นำรัฐบาลที่จะทำให้ทุกอย่างเลวร้ายลงมากขึ้น”นางสาวทัศนีย์ กล่าว  

    “ปิยวัฒน”แนะเพิ่มช่องทางเปิดโอกาสเข้าถึงโครงการรัฐ ชี้คนละครึ่งเอื้อคนกลุ่มเดิมหวั่นรัฐขยายความเหลื่อมล้ำในสังคม

    นายปิยวัฒน พันธ์สายเชื้อ ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงโครงการคนล่ะครึ่ง ว่า โครงการดังกล่าวถือเป็นโครงการที่ดีสามารถบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนได้ในระดับหนึ่ง  เพราะที่ผ่านมาประชาชนประสบปัญหารายได้ไม่พอจ่าย หลายครอบครัวมีปัญหาทางเศรษฐกิจ การจัดทำโครงการดังกล่าวสามารถแก้ปัญหาประชาชนได้  ทั้งนี้โครงการดังกล่าวมีข้อจำกัด เพราะประชาชนในหลายพื้นที่ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ โดยเฉพาะประชาชนที่อยู่ตามพื้นที่ชนบท ในต่างจังหวัด คนเฒ่าคนแก่ ที่เข้าไม่ถึงเทคโนโลยี  ไม่มีโทรศัพท์ระบบสมาร์ทโฟน ไม่สามารถลงทะเบียนร่วมโครงการได้ ส่งผลให้ประชาชนเสียโอกาสรับประโยชน์จากโครงการรัฐ  นายปิยวัฒน กล่าวด้วยว่า รัฐบาลควรเพิ่มช่องทางในการช่วยเหลือประชาชนตามนโยบายที่รัฐบาลจัดทำขึ้น เพื่อกระจายโอกาสการเข้าถึงโครงการรัฐไปยังประชาชนทุกกลุ่ม สร้างความเท่าเทียมให้กับประชาชนทุกคน โครงการดีแต่ไม่รอบครอบและไม่ครอบคลุมทุกกลุ่ม ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในสังคม ส่วนใหญ่ประชาชนที่ได้ประโยชน์คือคนที่เข้าถึงเทคโนโลยี ซึ่งก็จะเป็นคนกลุ่มเดิมที่เคยได้ในโครงการแจกเงินของรัฐในหลายโครงการ ดังนั้นรัฐบาลจำต้องเพิ่มช่องทางพร้อมเปิดโอกาสให้กลุ่มประชาชนที่เข้าไม่ถึงและในพื้นที่ห่างไกล หากไม่ทำจะรัฐจะขยายความเหลื่อมล้ำในสังคมเพิ่มมากขึ้น

    “เพื่อชาติ” ซัด ต้นทุนความรักชาติของ “ประยุทธ์” เท่ากับความยากจนของคนไทย

    นางสาวเกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติเผยว่า จากการแถลงของสภาพัฒน์ฯ  แถลงว่า กลุ่มสินค้าส่งออกที่มูลค่าลดลง คือ ข้าว (ลดลงร้อยละ 35.1) มันสำปะหลัง (ลดลงร้อยละ 27.3) ยางพารา (ลดลงร้อยละ 3.9) แผงวงจรรวมและชิ้นส่วน (ลดลงร้อยละ 8.4) เครื่องจักรและอุปกรณ์ (ลดลงร้อยละ 7.2) ผลิตภัณฑ์ยาง (ลดลงร้อยละ 14.2) รถยนต์นั่ง (ลดลงร้อยละ...

    “ดร.เกณิกา” ไทยสร้างไทย วอนรัฐบาลลงพื้นที่รับฟังปัญหาประชาชน หลังพบ “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” ร้านค้าเปิดกิจการไม่ถึง 10%

    ดร.เกณิกา ตาปสนันทน์ รองโฆษกพรรคไทยสร้างไทย กล่าวว่าช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ตนพร้อมด้วยสมาชิกพรรคไทยสร้างไทย นำโดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อสำรวจสภาพเศรษฐกิจและปัญหาหลังเปิด “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” ซึ่งเป็นนโยบายที่เกิดจากผู้ประกอบการภูเก็ต ที่ได้คิดริเริ่ม เพื่อนำเสนอต่อรัฐบาล ดังนั้นจึงขอชื่นชมความคิดดังกล่าวของคนในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม พบว่าในหลายพื้นที่ท่องเที่ยว เช่น หาดกะตะกะรน...

    เพื่อไทยแนะประชาชนใช้ช่องทาง กรรมาธิการ ร้องเรียนตรวจสอบจนท.รัฐ ด้านฝ่ายค้านเน้นใช้ กมธ.สายแข็งตรวจสอบรัฐบาลอย่างเข้มข้น

    นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองเลขาธิการ พรรคเพื่อไทยกล่าวถึงการกำหนดหน้าที่และจำนวนของคณะกรรมาธิการในแต่ละประเภท จากพรรคการเมือง และสัดส่วนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จะมีทั้งหมด35 คณะ และเมื่อดูจากภาวะเสียงรัฐบาลปริ่มน้ำจะเห็นได้ว่าซีกฝ่ายค้านจะมีจำนวนคณะกรรมาธิการมากกว่ารัฐบาลโดยพรรคร่วมฝ่ายค้านจะมีทั้งหมดถึง 18 คณะ ส่วนรัฐบาลจะมีเพียง 17 คณะซึ่งถือว่าเห็นได้ไม่บ่อยนัก แต่ในปัจจุบันเป็นภาวะรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ ห่างกันไม่ถึง5เสียงย่อมเกิดขึ้นได้ ยิ่งพรรคเล็กทยอยลาออกจากพรรคร่วมรัฐบาลก็ยิ่งทำให้เห็นความไม่มีเสถียรภาพของรัฐบาลมากยิ่งขึ้นถือว่าเป็นเรื่องดีที่จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในการตรวจสอบรัฐบาลอย่างเข้มข้น นายจิรายุกล่าวต่อไปว่าพรรคฝ่ายค้านจะใช้คณะกมธ.ที่ติดตามตรวจสอบรัฐบาลอาทิคณะกมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตหรือ...

    “เกศปรียา” ชี้ ข่าวฆ่าตัวตายอื้อ! เหตุ “ประยุทธ์” บริหารประเทศจนเศรษฐกิจพัง

    นางสาวเกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติชี้ว่า ตนเองสะดุดตากับข่าวสถิติการฆ่าตัวตายของประชาชนไทยจากกรมสุขภาพจิตที่รายงานว่าการฆ่าตัวตายของประชาชนไทยตกเฉลี่ยเดือนละ 340 คน สูงกว่าการตายด้วยโรคอื่นๆ การฆ่าตัวตายในประเทศไทยเป็นสาเหตุการตายผิดธรรมชาติที่สูงเป็นอันดับ 2 รองจากอุบัติเหตุ สูงกว่าการตายจากโรคไข้เลือดออก คนไทยฆ่ากันตายน้อยกว่าการฆ่าตัวตายอยู่ประมาณ 3-4 เท่า และในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาข่าวการฆ่าตัวตายจากปัญหาเศรษฐกิจสูงขึ้นจนน่าตกใจ มีข่าวประชาชนไทยฆ่าตัวตายเพราะเหตุเกี่ยวเนื่องกับภาวะเศรษฐกิจวันละข่าวดังนี้ 12 ส.ค. 62 เจ้าของร้าน ซดยาล้างห้องน้ำดับ เซ่นพิษเศรษฐกิจ เด็กนอกยอมเจ็บไม่ยอมจน https://hilight.kapook.com/view/192034

    ช่วยต่อเนื่อง! วัดพระธรรมกายและมูลนิธิธรรมกายมอบเรือท้องแบนพร้อมถุงยังชีพช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมอุบลฯ

    วันนี้ (18 ก.ย.62 ) พระครูสมุห์สนิทวงศ์ วุฑฺฒิวํโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย กล่าวว่า ตัวแทนคณะสงฆ์วัดป่าอุบลแก้ว เดินทางมารับถุงยังชีพจากวัดพระธรรมกายและมูลนิธิธรรมกายเพิ่มอีกจำนวน2,000 ชุด พร้อมเรือท้องแบน 2 ลำ สำหรับลำเลียงถุงยังชีพไปช่วยผู้ประสบภัยในพื้นที่น้ำท่วมสูง รถยนต์สัญจรไม่ได้ “จากสถานการณ์พายุโซนร้อนโพดุล วัดพระธรรมกายและมูลนิธิธรรมกายมอบถุงยังชีพช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมเบื้องต้น...

    “ธนาธร” อัดงบปี 63 ไม่ตอบสนองประชาชน-เลี้ยงระบบราชการเทอะทะ ชี้เหตุที่มาอำนาจไร้ประชาชนในสมการ

    นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ร่วมวงเสวนา “ปฏิสังขรณ์ประเทศไทย” ซึ่งจัดขึ้นที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เผยประสบการณ์หาเสียงเจอแต่คนบ่นปัญหาปากท้อง สวนทางงบประมาณปี 63 ไม่ตอบโจทย์ ชี้เหตุรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากประชาชนย่อมไม่แคร์ประชาชน ย้ำต้องแก้รัฐธรรมนูญพร้อมลดอำนาจกองทัพ กระจายอำนาจ นำประชาธิปไตยกลับมา โดยนายธนาธรระบุว่าในรอบ 7 วันที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาที่ตนหดหู่มาก ตนได้รับมอบหมายจากพรรคให้ทำหน้าที่ในเรื่องการช่วยผู้สมัครหาเสียงเลือกตั้งซ่อมที่จังหวัดนครปฐม...

    อนาคตใหม่” ติว “ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ” เตรียมพร้อมอภิปราย “ธนาธร – ศิริกัญญา” ร่วมถกเข้ม “สุรเชษฐ์” เตรียมลุยงบลงทุน-ชี้โครงการซ้ำซ้อนคือหายนะของประเทศ

    วันที่ 10 ตุลาคม ที่พรรคอนาคตใหม่ มีการจัดประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรค ซึ่งคาดว่าจะได้ทำหน้าที่ในการอภิปราย ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2563 ซึ่งเตรียมเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร วาระแรกเพื่อพิจารณารับหลักการ ในวันที่ 17 - 18 ตุลาคม นี้ โดยมี นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่...